อุ้ม
อุ้ม ความหมายในเรื่อง นี้ คือ "พาไป" การพาคนไปเพื่อกระทำบางอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง จากประสบการณ์ของผมเอง ก่อนอื่น ขอบอกเล่าถึงความคิด ในเรื่องนี้ เพราะใช้ความคิดนี้ในการวางแผน ในเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นจริง
✴1.ความเป็นจริงของคนทั่วไป คือ ทุกคนกลัวความตายมากที่สุด คนส่วนใหญ่จึงดิ้นรน ยอมกระทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไป
✴2.ชีวิตจริง เหมือนละคร โรงหนึ่ง ที่ทุกคนมีบทบาทแตกต่างกันไป แต่ละคร ผู้เล่นรู้บทบาทในตัวละคร ที่ตนเองเล่น ว่าทำอะไร จุดจบเป็นเช่นไร เท่านั้น แต่ละครในโลกแห่งความเป็นจริง ตัวละครไม่รู้ถึงอนาคตของตนเองว่าจะเป็นไปในแนวทางใด เพียงแต่พยายามทำให้เป็นไปตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ล่วงหน้า บางคนที่คาดหวังเอาไว้มากๆแต่เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตนเองอยากเป็นอยากได้ อาจตัดสินใจกระทำ บางอย่าง ที่ทำให้ตนเองเดือดร้อน หรือคนอื่นเดือดร้อน หรืออาจทำให้ตนเองเสียชีวิต ทำผิดกฏหมาย ทุกอย่างล้วนหวังในบทบาทที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ที่อยากได้อยากเป็น
ในความคิดทั้ง 2 ผมจึงเป็นทั้ง ผู้แสดง ผู้เขียนบท และกำกับ ในบทละคร เพียงแต่ตัวละครที่แสดงในบทบาทจริงของชีวิต ไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในตอนต่อไปเท่านั้น เพราะผมไม่ได้บอกบทให้รู้ล่วงหน้าเท่านั้น เพราะผมกระทำไปเพื่อหวังให้ทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และจบลงด้วยความยินดีของทุกฝ่าย
✦เรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 กว่าปี มาแล้ว ขณะนั้นผมได้ลาออกจากราชการแล้ว อาศัยอยู่กับครอบครัว ที่ จังหวัดอุดรธานี ช่วงเวลานั้นหมดหนทางในการหารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ มาขออาศัยอยู่กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงนั้น เพื่อนคนนี้มีชื่อเสียงในวงการผู้มีบารมี อิทธิพล หรือจะเรียกว่า "มาเฟีย" นั่นเอง งานที่ได้รับมอบหมายให้ผมกระทำคือเป็นหัวหน้า พาลูกน้องไปทำงาน ตามที่เพื่อนบอกให้ไปทำ ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า ไป "อุ้ม" มีการวางแผนเอาไว้ ผมเองเป็นผู้สะกดรอย เฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนที่เราต้องการอุ้ม ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เมื่อพร้อมในรายละเอียด ถึงขั้นตอนวางแผนการอุ้ม หรือจับตัวพาไป ผมเองปลอมตัวเป็นตำรวจยศ.ร้อยตำรวจเอก สังกัดกองปราบปราม แต่เหตุการณ์วันที่ลงมือ ในวันนั้น ไม่สำเร็จลุล่วง เพราะลูกน้องที่เพื่อนให้พาไปร่วมทำงานด้วยไม่ยอมทำตามแผนที่ได้วางไว้ล่วงหน้า สาเหตุ ไม่ทราบในแนวความคิดของลูกน้องได้ว่าทำไมจึงไม่ยอมทำตามแผน เพราะไม่ใช่ลูกน้องของผมเอง และไม่เคยร่วมงานประเภทนี้มาก่อน ทำให้ ผมตัดสินใจ เลิกทำงานกับเพื่อน และเดินทางกลับอุดรธานี
✦หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ ผมตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง และเดินทางไปพบผู้ว่าจ้าง ของงาน อุ้มที่ผ่านมา สาเหตุที่รู้จักผู้ว่าจ้างเพราะ ครั้งก่อนที่จะทำงาน เพื่อนได้พาไปพบ แนะนำให้รู้จักผู้ว่าจ้าง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างมั่้นใจว่าการทำงานครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเพื่อขอเบิกค่าใช้จ่ายในการทำงาน เมื่อผมมาถึงออฟฟิตพบกับผู้ว่าจ้าง ได้พูดคุยซักถามถึงเรื่องงานที่ผ่านมา จึงรู้ว่าระหว่างที่ผมไม่อยู่ เดินทางกลับอุดรธานี ได้มีชุดทำงานอีกชุด ไปอุ้มผิดคน โดยไปอุ้มเพื่อนของคนที่ต้องการอุ้ม และได้ปล่อยตัวกลับมาแล้ว ผมจึงถามผู้ว่าจ้าง ว่าให้ผมทำงานต่อหรือไม่ และขอทราบเหตุผลในรายละเอียดของงานว่ามาจากสาเหตุใด จึงได้ทราบว่า ทางผู้ว่าจ้างโดนโกงเงินไปจำนวนประมาณ 13 ล้าน ในการโอนเงินซื้อสินค้าที่ต่างประเทศ และทางแกงค์ที่โกงเงินไป มีคนที่อยู่ในแกงค์ คือคนที่ต้องการอุ้มเพื่อทวงเอาเงินคืน ยังอาศัยและซื้อ ขาย-หุ้น อยู่ในเมืองไทย ทางผมจึงเสนอเงื่อนไขการทำงาน ว่างานนี้ผมสามารถทำให้สำเร็จ และได้เงินกลับคืนมาแน่นอน โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน เหตุที่มั่นใจเพราะผมได้สะกดรอยและเฝ้าติดตามในพฤติกรรมของเป้าหมายด้วยตนเองมาตลอด นานพอสมควร
✦ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ้างผมทำงาน ผมจึงได้บอกเงื่อนไข การทำงาน
✶1.ของเบิกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า 2 แสนบาท ในการเตรียมการ
✶2.ให้ผู้ว่าจ้างหยุดชุดทำงานเดิม ให้เลิกทำงานเพราะเป็นการเสี่ยงที่จะทำงานซ้อนกันและอาจเกิดผิดพลาดได้ง่าย
✶3.เตรียมเงินไว้จ่ายล่วงหน้า อีกประมาณ 1-2 แสนบาท เพื่อจ่ายให้กับทีมงานที่ร่วมจับตัว อุ้มไปสู่ที่หมายที่ผมวางแผนเอาไว้
ผู้ว่าจ้างยอมรับเงื่อนไข และได้พาผมไปพบกับรุ่นพี่ คนหนึ่งและเป็นพี่ชายของเพื่อนในรุ่นเดียวกันด้วย เพื่อช่วยในการประสานงานและช่วยในรายละเอียดของงานบางขั้นตอน
เรื่องต่อไปของการทำงาน ผมคือผู้แสดง ผู้เขียนบท และกำกับเอง ทั้งหมด
✨การเตรียมการ
✷1.การหาอุปกรณ์
1.1 จัดซื้อ โทรศัพท์ มือถือ ระบบ 900 ในขณะนั้นมีราคาแพง เครื่องละประมาณ 3-4 หมื่นบาท
1.2 จัดซื้อ โฟนลิ้ง เพราะมีราคาไม่แพง เอาไว้ใช้ ส่งข้อความให้ทีมงานทราบ
1.3 จัดหารถยนต์ เดิมมีอยู่แล้ว 1 คัน คือคันที่ผมใช้ประจำ และได้ไปเช่า มาอีก จำนาน 1 คัน จากจังหวัดอุดรธานี
✷2.การหาคนร่วมทำงาน
2.1 ชุดจับกุม ทำหน้าที่ ปลอมเป็นตำรวจ ทำหมายจับปลอม ผมติดต่อ กับเพื่อนคนหนึ่งที่ เคยเป็นตำรวจและออกจากราชการแล้ว กับทีมงานที่เพื่อนพามาอีก 1 คน ทำหน้าที่ร่วมกับผม จับกุมตัวเป้าหมาย และพาไปยังที่นัดหมาย เสร็จขั้นตอนนี้เป็นอันจบภารกิจ จ่ายค่าทำงานให้เพื่อน 2 แสน ซึ่งจะนัดผู้ว่าจ้างนำเงินมาจ่ายให้
2.2 ชุดเฝ้าดูแลเป้าหมาย ในขณะที่ผมไม่อยู่ พอดีมีรุ่นน้องฝากทหารเกณฑ์ ปลดประจำการ ให้หางานให้ทำ ผมจึงได้ให้น้องทหารไปหาเพื่อนมาให้ผมรู้จักเพื่อเลือกที่จะทำงานด้วยอีก 1 คนและ เมื่อได้ตกลงเลือกเพื่อนของน้องทหารที่จะมาทำงานด้วย ที่สามารถขับรถได้ ผมให้เงินไปซื้อเสื้อผ้า เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ตัดผมทรงใหม่ให้เหมือนทหาร หรือคนในเครื่องแบบ นัดหมายวันทำงานและรายละเอียดของงานที่จะให้ทำ
✷3.สถานที่พัก เมื่อจับกุมตัวไปแล้ว เอาไว้เป็นที่พัก และเพื่อขั้นตอนให้เป้าหมายยอมจ่ายเงิน ผมได้เลือกเช่า รีสอร์ท เอาไว้เป็นการส่วนตัว แถวจังหวัดสระบุรี ที่อยู่ลึกเข้าไปในเขตภูเขา
✨เมื่อทุกอย่างพร้อม เวลาลงมือทำงานก็มาถึง
ให้ลูกน้อง 2 คน ขับรถ 1 คันคอยขับรถไปตามที่หมายที่บอก และให้เตรียมอาวุธ ที่เป็นมีดเอาไปด้วย
นัดหมายเพื่อน ปลอมเป็นตำรวจ พร้อมหมายจับ มากับเพื่อนอีก 1คน รอวันผมรับไปยังที่หมาย หลังจากเตรียมการรวมเวลาผ่านไป 7 วัน ผมเริ่มต้นทำงานในวันจันทร์ นัดเพื่อนที่เป็นตำรวจปลอม ไปรอดักเป้าหมายที่พักแมนชั่นแถวรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ประมาณ 08.00 น.รออยู่ที่ลานจอดรถ ใกล้ๆกับรถของเป้าหมายแต่รอจนถึง เวลาเกือบ 10.00 ไม่เห็นเป้าหมายลงมาที่รถ ต้องใช้แผนต่อไป คือโทรศัพท์หาเป้าหมาย ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้ผมได้เคยติดต่อเป้าหมายไว้แล้ว โดยผมปลอมเป็นพ่อค้าที่ต้องการสินค้า ต้องการรายละเอียดของสินค้าและนำเงินมาวางมัดจำ เป้าหมายบอกว่าวันนี้ตื่นสาย ได้เดินทางไปเล่นหุ้นด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง ผมจึงเดินทางไปยังที่นัดหมายคือโรงแรมไชน่าแกรนด์ แถวเยาวราช เมื่อถึงโรงแรม โทรศัพท์ นัดเป้าหมายลงมาหาที่ล็อบบี้ เมื่อเป้าหมายลงมา บทบาทตำรวจปลอม แสดงหมายจับ ใส่กุญแจมือ พาตัวขึ้นรถ ขับรถพาตัวไปยังที่หมายทันที
ต่อไปจะใช้ นามสมมุติเล่าเรื่อง ตัวละครต่างๆที่เกี่ยวข้อง
ผมเอง ใช้ชื่อ "ผู้กอง"
ผู้ว่าจ้าง "เสี่ยเจียง"
เป้าหมาย "หลิว"
เพื่อน "ป๋อง" เพื่อนป๋อง "เขี้ยว"
ลูกน้อง "เบิ้ม" "นิด" "จ่า."
พี่ "พี่แจ้"
เริ่มต้น บทละคร ของการแสดง
✨หลังจากจับกุมตัว หลิว ขึ้นรถ เขี้ยวทำหน้าที่ ขับรถ ผู้กอง และป๋องนั่ง ขนาบข้างหลิว ที่เบาะหลัง เขี้ยวขับรถสู่ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี ในขณะเดียวกัน ป๋องทำการค้นตัว หลิวทันที มีกระเป๋าที่ติดตัว ในกระเป๋า มีพาสปอร์ต บัญชีธนาคาร มีเงินสด 2 พันกว่าบาท ป๋องยึดเอาไว้หมด ผู้กอง ส่งข้อความเข้าโฟนลิงค์ ให้เบิ้ม และนิด ให้ขับรถตามไปที่ สระบุรี ทันที ในขณะเดียวกัน ผู้กองโทรศัพท์ หา เสี่ยเจียง
✴ผู้กอง "เสี่ยครับ ผมจับตัว หลิวได้แล้ว กำลังเดินทาง ไปสระบุรี เสี่ยเตรียมเดินทางและเตรียมเงิน 2 แสนบาทมาด้วยนะครับ เอาไว้จ่ายให้คนจับตัวหลิว"
✴เสี่ยเจียง "เดี๋ยวเจอกันผู้กอง ไม่มีปัญหาเรื่องเงิน "
เขี้ยวขับรถมาถึงสระบุรี ผู้กอง ให้เขี้ยวขับรถต่อไปที่มวกเหล็ก ส่งข้อความให้เบิ้มขับรถตามไปมวกเหล็ก ขณะนั้น เสี่ยเจียง ขับรถจากกรุงเทพฯ ตามไปที่มวกเหล็ก เพื่อไปพบกับผู้กอง เมื่อถึงมวกเหล็ก ผู้กองให้เขี้ยว หยุดรถ เพื่อรอรถอีกคัน ที่เบิ้มขับมาพร้อม นิด ไม่มีใครรู้จัก รีสอร์ทที่หมายสุดท้าย ทางเข้า รีสอร์ทไปทางไหน เมื่อเบิ้มขับรถมาถึง ผู้กอง จึงบอกทางให้ เขี้ยวขับรถนำ ไปยังรีสอร์ท
ผู้กอง โทรศัพท์ไปยังรีสอร์ท
✴ผู้กอง "เตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อย และ อาหาร ตามที่สั่งเอาไว้ ไม่เกิน 30 นาที จะเดินทางไปถึง"
เขี้ยวขับรถ นำมาถึง รีสอร์ท ตามด้วยรถอีกคัน พร้อมเบิ้มและนิด
✴ผู้กอง "เบิ้มลงไปเปิดห้อง "
ผู้กอง พาตัว หลิวที่ยังคงใส่กุญแจมือ เอาไว้ พาเข้าห้อง
✴ผู้กอง "เบิ้ม นิด เฝ้าดูแลเอาไว้ "
ผู้กองโทรศัพท์ หาเสี่ยเจียง ที่กำลังเดินทางมาถึง มวกเหล็กพอดี ผู้กองให้เขี้ยวขับรถออกจากรีสอร์ท ไปที่มวกเหล็ก เพื่อไปพบกับเสี่ยเจียง เมื่อพบกับเสี่ยเจียง ให้เสี่ยเจียง จ่ายเงินให้ป๋อง 2 แสนบาท ตามที่ได้ตกลงไว้ เขี้ยวกับป่องขับรถเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผู้กอง นั่งรถเสี่ยเจียง เข้าไปในรีสอร์ท เมื่อมาถึงรีสอร์ท
✴ผู้กอง."เบิ้มเอาตัวหลิว ออกมาจากห้อง" มือทั้ง 2 ข้างของหลิวยังมีกุญแจมือติดอยู่
เสี่ยเจียงเริ่มพูดจากับหลิว ทันที
✴เสี่ยเจียง " หลิว ทำไมต้องมาโกงกันแบบนี้ หนีหายไม่ยอมติดต่อ กว่าจะตามตัวได้ใช้เวลานาน หลายปี"
✴หลิว ."ผมไม่ได้โกงเฮีย ผมไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ติดต่อกับพวกนั้นนานแล้ว"
✴เสี่ยเจียง "ไม่ต้องมาโกหกเฮีย จะยอมใช้หนี้ จำนวน 13 ล้านหรือไม่"
✴หลิว " เฮีย ผมไม่ได้โกงเฮีย ไม่ได้เอาเงินไป เชื่อผม ผมไม่ได้โกหก ปล่อยตัวผมไปเถอะเฮีย"
เสี่ยเจียง หันมาคุยกับผู้กอง
✴เสี่ยเจียง "ผู้กองผมกลับ ต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้กอง ว่าจะทำอย่างไร ทำตามที่ตกลงเอาไว้
หลิว มันมีหุ้น ที่ถือครองไว้ในตลาดหลักทรัพย์ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 13 ล้านบาท"
เสี่ยเจียง ขับรถกลับกรุงเทพฯ
ละคร บทใหม่ จึงเริ่มขึ้นอีกตอน
✨ผู้กองต้องเดินทาง เข้ากรุงเทพฯ เพราะป่องได้เอากระเป๋าของหลิวติดตัวไปด้วย เพราะเอกสารพาสปอร์ต และบัญชี ธนาคาร ต้องใช้ ในการที่จะเอาเงินออกจากบัญชีหลิว ผู้กองจึงเรียก เบิ้ม และนิด
ผู้กอง"ผู้กองไม่อยู่ เบิ้ม นิด เฝ้าดุแล ให้หลิวอยู่แต่ห้อง ไม่ให้ออกมานอกห้อง กุญแจมือใส่ไว้คงเดิม"
✴ผู้กอง "อาหารการกินใด้ให้ทาง รีสอร์ท จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยทุกอย่าง ทุกมื้อ และในขณะที่ เฝ้าอยู่นอกห้องให้คุยกัน ในทำนองปรึกษา ว่าผู้กอง จะทำอะไรกับหลิว หรือเปล่า จะยิงทิ้งเหมือนคนก่อน ที่อุ้มมาหรือเปล่า ผู้กองบางครั้งโหด ยิงทิ้งแบบง่ายๆ เราสองคนจะทำอย่างไรดี หวังว่าเราสองคน ไม่ต้องไปขุดหลุม รอเอาไว้เหมือนครั้งก่อนๆ คุยกันให้ หลิวที่อยู่ในห้องได้ยิน"
เวลาค่ำคืน ก่อนผู้กองจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้พาหลิว นั่งรถออกจากรีสอร์ท ให้เบิ้ม ขับรถ พาไปตามถนน ในทางเปลี่ยว ใกล้กับภูเขาแถวนั้น พร้อมพูดจา กับหลิว
✴ผู้กอง "หลิว ยอมจ่ายเงินชำระหนี้ ให้กับเสี่ยเจียงเถอะ จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ผู้กองเอง ก็ได้รับคำสั่งจากเจ้านายมาอีกต่อหนึ่ง เสี่ยเจียงเป็นเพื่อนกับเจ้านาย เจ้านายกำชับว่า ถ้าหลิว ไม่ยอมชำระหนี้
ก็ให้ยิงทิ้งหมกป่า แถวนั้นเลย อย่าปล่อยตัวเป็นอันขาด เพื่อไม่ให้ยุ่งยากในภายหลัง แต่ตัวผู้กองเองไม่อยากที่จะฆ่า หลิว และจะไปบอกให้เจ้านายรู้ว่า หลิวยอมจ่ายเงิน และให้ปล่อยตัวไปไดยไม่ทำร้ายหลิว" ✴หลิว "ผมไม่ได้เอาไปจริงๆผู้กอง ปล่อยผมเถอะ "
ผู้กองแสดงท่าที โกรธ ที่พูดดีและอธิบายเหตุผลให้หลิวฟัง หลิวกลับมีท่าทียืนยันเหมือนเดิม
ผู้กอง."เบิ้ม นิด เองสองคน เตรียมขุดหลุมเอาไว้ได้เลย ถ้าหลิวยังไม่ยอมเหมือนเดิม คงต้องจัดการ แต่ผู้กองจะเดินทางไปหาเจ้านายที่กรุงเทพฯคืนนี้เพื่อ คุยว่าจะทำอย่างไร กลับมาพรุ่งนี้ จะรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปกับหลิว"
✴เบิ้ม "ครับผู้กอง"
✴ผู้กอง "เบิ้ม นิด ดูแล หลิวให้ดี อย่าให้ออกนอกห้อง อย่าเอากุญแจมือออก"
✴นิด "ครับ ผู้กอง"
ผู้กอง ขับรถเข้ากรุงเทพฯ นัดกับป่องให้ป่องเอากระเป๋าของหลิวมาให้ เมื่อได้กระเป๋าเรียบร้อย ขับรถกลับ มาที่รีสอร์ท มวกเหล็ก มาถึงเช้าพอดี สรุปตั้งแต่เช้า วันจันทร์ ถึงเช้าตรู่ วันอังคาร ผู้กองไม่ได้นอนหลับแม้แต่งีบเดียว มาถึงรีบไปคุยกับเจ้าของรีสอร์ท ว่าอย่าให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวบริเวณที่พักต้องการเป็นส่วนตัว และ จัดอาหารมาให้ ตามที่สั่งเอาไว้ อย่าให้ขาด ผู้กองกับเจ้าของรีสอร์ท ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เพราะผู้กองเคยไปพักที่รีสอร์ทอยู่หลายวัน ก่อนหน้าที่จะทำงานนี้
ผู้กองเข้ามาที่ห้องพัก
✴ผู้กอง" เบิ้ม พาหลิวออกมา กินข้าว"
ผู้กองทำใจดี เอากุญแจมือ หลิวออก ให้หลิว กิน ข้าว แต่หลิว กินไม่ลง กินไปนิดเดียว
ผู้กอง ให้เบิ้มเอาเบียร์ที่แช่เอาไว้เย็นจนเป็นวุ้น ออกมา
✴ผู้กอง "หลิวดื่มเบียร์เย็นๆ"
✴หลิว"ไม่ครับผู้กอง"
ผู้กองชวนหลิว พูดคุย
✴ผู้กอง "ผู้กองเห็นใจ สงสาร หลิว แต่จนใจที่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย ถ้าผู้กองไม่ทำตามคำสั่ง ตัวผู้กองเอง อาจโดนเจ้านายสั่งเก็บ เพราะรู้ทุกเรื่องดี"
✴ผู้กอง "หลิวเห็นใจผู้กองด้วย ผู้กองกำลังหาทางปล่อยตัวหลิว กลับโดยปลอดภัยให้เร็วที่สุด"
แต่หลิวกับพูด
✴หลิว " ผู้กองปล่อยผมเถอะ ผมไม่ได้โกงเงินเขาไป" หลิวยืนยันเหมือนเดิม
ผู้กองแสดงท่าทีโมโหโกรธ ส่งเสียงดัง
✴ผู้กอง "เบิ้ม เอามีดที่ผู้กองสั่งเตรียมไว้มาให้ซิ"
ผู้กองหวังจะเอามาขู่ทำนองจะเชือดคอหลิว แต่ผู้กอง แทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ว่าลูกน้องตัวเองทำไมมันโง่แบบนี้ เพราะว่ามีดที่เบิ้มเอามให้ เป็นมีดพับเล็กๆ ที่มีสนิมเกราะไม่มีคมมีด ไม่รู้ว่าเบิ้มมันเอามาทำอะไรได้ แต่ผู้กองยังต้องแสดงบทบาท ขึงขังเป็นโกรธหลิว จับแขนหลิว เอามีดพับทื่อๆสนิมเกราะ แทงไปบนแขน หลิวหลายครั้ง หลิวไม่เป็นอะไรมากนอกจากเจ็บที่โดนมีดทิ่มแทงเท่านั้น
✴หลิว "อย่าทำผม ผู้กอง ผมไม่ได้เอาไป ไม่ได้โกงเขาจริงๆ"
✴ผู้กอง " ไม่อยากทำร้าย แต่หลิวดื้อรั้นไม่ยอมร่วมมือกับผู้กอง ผู้กองเองก็เครียด วันนี้ ต้องได้รับคำตอบจากหลิว และต้องจัดการฆ่าหลิวทิ้งเสีย ถ้าผู้กองไม่ทำ จะเดือดร้อนไปด้วย พรุ่งนี้วันพุธ เจ้านาย จะส่งมือปืน มายิงทิ้งทั้งผู้กองที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง และฆ่าหลิวที่ไม่ยอมจ่ายเงิน"
ผู้กอง เอากุญแจมือใส่หลิว และให้พาหลิวเข้าไปพักในห้อง ผู้กองโทรศัพท์หาเสี่ยเจียง
✴ผู้กอง" มีข่าวอะไรบ้างครับเสี่ย "
เสี่ยเจียง ตอบมาทางโทรศัพท์
✴เสี่ยเจียง "ตอนนี้ เมียหลิว ที่อยู่สิงค์โปร รู้ข่าว หลิวตอนจับตัวไป และติดต่อหลิวไม่ได้จะเดินทางมาเมืองไทยตามหาผัว ผู้กองต้องให้หลิว โทรศัพท์ติดต่อหาเมียด่วน บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง อยู่กับเพื่อน"
ผู้กองจึงต้องพาหลิว ไปบนที่สูงๆมีสัญญาณ เพราะระบบโทรศัพท์ ในสมัยนั้น มีคลื่นสัญญาณ เพียงบางพื้นที่ เท่านั้น เพื่อให้หลิวพูดคุยโทรศัพท์ติดต่อภรรยา ว่าอยู่สบายดี อีก 2-3 วันจะกลับบ้านตอนนี้ มาทำธุระกับเพื่อน ผมกำชับการพุดคุยโทรศัพท์กับภรรยา และตัดตอนให้พูดสั้นๆ และผู้กองพาตัวหลิวกลับที่พัก วางแผนที่จะต้องทำให้หลิวยอมให้เร็วที่สุด ตกลงคืนนี้ พาหลิวขึ้นเขา
✴ผู้กอง "เบิ้ม นิด คืนนี้ แกล้งทำเป็น ขุดหลุมในป่า หาอะไรก็ได้ เคาะให้มีเสียงดังคล้ายคนกำลังขุดหลุม"
✴ เบิ้ม,นิด "ครับผู้กอง"
เมื่อถึงเวลาประมาณ 19.00 แถวนั้นเป็นป่าเขาจึงดูมืดค่ำเร็ว ผู้กองให้เบิ้มพาหลิวออกมาจากห้อง นำตัวขึ้นรถ ขับรถขึ้นเขา และเมื่อถึงบริเวณป่า
✴ผู้กอง "เบิ้ม,นิด ลงไปขุดหลุดไว้ให้เรียบร้อย และอย่าไปขุดหลุดใกล้กับหลุมศพที่แล้วนะ"
ตัวผู้กองเอง ขับรถ พาหลิว ขึ้นไปบนเขา
✴ผู้กอง "หลิว ผู้กองไม่อยากทำร้ายหรือคิดฆ่าหลิว แต่ตัวผู้กองเองจนปัญญาที่จะหาทางแก้ไขเพราะหลิวเองไม่ให้ความร่วมมือ ผู้กองไม่ทำพรุ่งนี้ เจ้านายส่งลูกน้องเป็นมือปืนมายิงทิ้งทั้งสองคนแน่ ผู้กองเองไม่อยากทำอีกแล้วทำงานกับเจ้านายมานานเบื่อ การฆ่าคน คิดว่างานนี้ ถ้าหลิวร่วมมือ ด้วย จะปล่อยตัวหลิวกลับบ้าน และผู้กองจะเลิกทำงานแบบนี้ กับเจ้านาย"
หลิวดูท่าทีอ่อนลงไปมาก แต่ยังยืนกรานในทำนองเดิม
✴หลิว"ผู้กองปล่อยผมไปเถอะ ผมไม่ได้เอาไป"
✴ผู้กอง " หลิว เอาเงินจำนวนมากจากไหน มาเล่นหุ้น ว่าถ้าหลิวไม่ได้โกงเงินเพื่อนเจ้านายไปจริง เอาเงินที่ไหนมาเล่นหุ้น จำนวนตอนนี้มีมูลค่า เกิน 13 ล้านบาท เอาเงินที่ไหนมาซื้อรถราคาแพงขับ ไม่มีใครเชื่อ ถ้าหลิวไม่ยอมผู้กองหมดหนทางช่วยเหลือเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เจ้านายสั่งเอาไว้ต้องจัดการให้เรียบร้อย แต่ผู้กองพยายามยื้อมาจนถึงตอนนี้เพราะไม่อยากทำอะไรกับหลิว หลิวยอมจ่ายเขาไป โอกาสหน้าเรามีชีวิตเงินเราหาใหม่ได้"
หลิวเงียบทันที ที่ผู้กองพูดเรื่องหุ้น
ผู้กองขับรถวนกลับมาที่ปล่อยให้เบิ้มและนิดลงไปในป่า ได้ยินเสียงเคาะดังๆคล้ายคนกำลังขุดหลุม
ผู้กองส่งเสียงเรียกเบิ้ม ให้หยุดและมาขึ้นรถกลับรีสอร์ท
✴ผู้กอง"ขุดไปได้ถึงไหน"
✴นิด."ลึกพอสมควรแล้วครับ แต่ขุดยากเพราะเป็นหิน"
✴ผู้กอง"ว่างค่อยว่ากันใหม่ อาจไม่ต้องขุดก็ได้ ถ้าหลิว ยอมทำตามผู้กองบอก"
✴ผู้กอง "คืนนี้ ให้หลิวนอนคิด ผู้กองจะหาทางออกว่าพรุ่งนี้ ลูกน้องเจ้านายมาจะทำอย่างไร เวลามีไม่มาก ผู้กองเองไม่ยอมทำตามเจ้านายสั่ง ให้ฆ่าหลิวทิ้งวันนี้ รอวัดดวงพรุ่งนี้"
พาหลิวกลับมารีสอร์ท พาเข้าห้อง ให้เบิ้มและนิด เฝ้าเอาไว้เหมือนเดิม ผู้กองรีบขับรถเข้ากรุงเทพฯทันที เพื่อไปหาพี่แจ้ เพราะพรุ่งนี้ ต้องมีมือปืนจากเจ้านายมาจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่มีปืนอะไรเลย มาถึงกรุงเทพฯดึกพอประมาณ ไปหาพี่แจ้ที่บ้าน
✴ผู้กอง "พี่ครับ ขอปืนกระบอก"
✴พี่แจ้ " ตอนนี้มี มือปืนพก 11 มม. อยู่ 1 กระบอก แต่ไม่มีกระสุนว่ะ"
✴ ผู้กอง "ใช้ได้ครับ เพราะต้องการแค่เอาไปขู่เท่านั้นไม่ได้หวังเอาไปยิง ถ้าพอมีลูกปืนก็จะดี"
✴พี่แจ้ "พี่ขอค้นดูก่อนนะ มี 2 นัด แต่เป็นขนาด 9 มม.เอามัย"
.
✴ผู้กอง "เอาครับ ลองใส่แม็คกาซีนได้เป็นอันใช้ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ"
✨หลังจากได้ ปืน แล้ว ผู้กองรีบขับรถมารับผู้ร่วมงานอีกคน คือจ่า แสดงบทบาทเป็นมือปืนที่เจ้านายสั่งมาเก็บผู้กองและหลิว เมื่อพบกับจ่าให้จ่าขึ้นรถ ผู้กองรีบขับรถกลับมวกเหล็ก หวังจะให้จ่าขับรถ แต่จ่าขับรถไม่เป็นเสียนี่ ผู้กองเลยไม่ได้พักผ่อนขับรถกลับด้วยตนเอง ระหว่างทางบอกจ่า ว่าพรุ่งนี้ จ่า ต้องทำอย่างไร และพูดอย่างไรบ้าง ในขณะที่พาหลิวขึ้นเขา ผู้กองไม่ได้มีเวลาพักผ่อนมา 3วันเต็มๆ การขับรถจึงขับไปช้าๆจอดพักบ้างเพราะเกิดอาการง่วง มาถึงรีสอร์ท เช้าเช่นเดิม เรียกเบิ้มและนิดมาซักถาม ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ทั้งสองบอกไม่มีปัญหาแต่เมื่อคืน ได้พูดคุยกันหน้าห้องให้หลิวได้ยิน ว่าผู้กองแกคงโหด ไม่ปล่อยหลิวไว้แน่นอน ต้องฆ่าทิ้งแน่นอน เราต้องจัดการฝั่งศพ เหมือนเดิม เสร็จงานนี้แล้วคงบอกขอลาผู้กองไม่ขอทำงานต่อไปเพราะเห็นผู้กองยิงทิ้งครั้งใด ภาพติดตา นอนไม่หลับไปนานหลายเดือน ผู้กองกล่าวชมเชยเบิ้มและนิด ว่ามีไหวพริบดีขึ้น ทั้งที่ความเป็นจริง เป็นครั้งแรกที่ผู้กองรู้จักและไว้ใจพามาทำงานด้วย
บทละคร ที่ทำให้จำฝั่งใจ และติดตาจนถึงทุกวันนี้
เวลาประมาณ บ่ายโมงของวันพุธ ผู้กอง ให้เบิ้มพาหลิว ขึ้นรถ ผู้กองเอากุญแจมือออก เบิ้มทำหน้าที่ขับรถ จ่าและผู้กองนั่งขนาบข้างหลิว ในขณะที่นั่งมาในรถ
✴จ่า "ผู้กอง เจ้านาย สั่งให้มาจัดการ ถ้าผู้กองไม่ทำตามที่สั่งเอาไว้ ให้ผม ยิงทิ้งทั้งผู้กองและหลิว แต่ผมรู้จักผู้กองและเคยทำงานร่วมกับผู้กองมานาน จึงอยากให้ผู้กองเป็นคนจัดการฆ่าหลิว ด้วยตนเองดีกว่า แต่ถ้าผู้กองไม่ทำ ผมต้องทำตามเจ้านายสั่ง ผู้กองคงรู้ว่าเจ้านายเป็นอย่างไร ผู้กองไม่ทำก็หนีไปไหนไม่พ้น"
เมื่อรถมาถึงบริเวณป่าที่ผู้กองให้เบิ้มและนิด แกล้งทำเป็นขุดหลุมเอาไว้ พาหลิวลงจากรถ จ่า ยื่นปืน 11 มม. ที่เตรียมเอาไว้ให้ผู้กอง
✴จ่า"ผู้กองจัดการเอาเอง" ผู้กองแสดงท่าทีโกรธ หลิว
✴ผู้กอง "ไม่น่ามีวันนี้อีกเลย ผู้กองได้พยายามช่วยเหลือหลิวมาตลอด ในเมื่อหลิวไม่ช่วยตัวเอง เพื่อความอยู่รอดของผู้กอง จึงจำเป็นต้องลงมือด้วยตนเอง เสียใจด้วย อโหสิกรรมให้แก่กันแล้วกัน"
ผู้กองดึงลูกเลื่อนปืน พร้อมกับเอาปืน จ่อหัวหลิว ทันใดนั้น หลิวร้องไห้ ทรุดลงก้มกราบผู้กอง
✴หลิว " อย่าฆ่าผมเลย ผมยอมทุกอย่างแล้ว"
หลิวร้องไห้เกาะขาผู้กองไว้แน่น ผู้กองเห็นภาพตรงหน้าแบบนั้น กลืนน้ำลายลงคอ กลั้นน้ำตาเอาไว้ รู้สึกสะเทือนใจมาก ได้เห็นเป็นครั้งแรกของคนที่กลัวตาย ร้องไห้ขอชีวิต เป็นภาพที่ติดตามาทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงบทบาทของละครที่ผู้กองเขียนขึ้นและไม่มีโอกาสที่จะมีการฆ่าขึ้นจริง ผู้กองยังต้องแสดงต่อไป
✴ผู้กอง "หลิว เองยอมจริงหรือเปล่า และจะมั่นใจได้อย่างไร เองยอมเซ็นต์ชื่อมอบอำนาจให้ผู้กองไปดำเนินทุกอย่างหรือไม่ "
หลิว คงร้องไห้
✴หลิว "ยอมทำทุกอย่างตามที่ผู้กองบอก"
✴ผู้กอง "จะเชื่อเองนะหลิว แต่อย่าให้ผิดคำพูดนะ "
ผู้กองหันไปทางจ่า
ผู้กอง " หลิวมันยอมจ่ายเงินแล้ว"
✴จ่า "เจ้านายสั่งให้ฆ่าทิ้งเสียเพราะปล่อยทิ้งเวลานานเกินไป กลัวมีปัญหา"
✴ผู้กอง "ผู้กองขอรับผิดชอบเอง จะโทรหาเจ้านายอธิบายให้เจ้านายเข้าใจ จ่าไม่ต้องเป็นห่วง"
✴จ่า "ตามใจผู้กอง หวังว่าผมคงไม่ต้อง เดือดร้อนต้องมาลงมือด้วยตนเอง"
ผู้กองให้ หลิวลุกขึ้น แต่ผู้กองกลับ เอาปืนจ่อหัวหลิวอีกครั้ง หลิวตกใจ ร้องไห้อีกครั้งพร้อมยกมือไหว้
✴ผู้กอง "ถ้าเกิดเองไม่ยอมทำตามคำพูด ผู้กองเดือดร้อนแน่ จัดการให้สิ้นเรื่องไปดีกว่า"
✴หลิว " ยอมครับ ยอมทุกอย่าง ตามที่ผู้กองบอกครับ"
✴ผู้กอง."แน่ใจ นะ ผู้กองต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเหมือนกัน ถ้าเชื่อเองแล้ว ไม่ยอมทำตาม"
✴หลิว "ยอมครับ ยอมครับ"
ผู้กองลดปืนลง ส่งปืนให้จ่า พร้อมให้พา หลิวขึ้นรถ ให้เบิ้มทำหน้าที่ขับรถกลับรีสอร์ททันที เมื่อถึงรีสอร์ท ผู้กองพาหลิวลงจากรถ
✴ผู้กอง "หลิวผู้กองต้องรีบเดินทางไปพบเจ้านาย เพื่อขอร้องไม่ฆ่าหลิวเพราะหลิวยอมทำตามและจ่ายเงิน ทำใจให้สบายนะหลิว พรุ่งนี้ เรียบร้อย วันศุกร์คงได้กลับบ้าน แน่นอน"
ผู้กอง ใส่กุญแจมือหลิว ให้นิดมาพาหลิว กลับไปอยู่ในห้องตามเดิม กำชับให้ดูแลหลิวไว้ให้ดี ผู้กองรีบขับรถเข้ากรุงเทพฯ พร้อมจ่า และได้บอกจ่า ให้เตรียมเพื่อนเอาไว้ 2-3 คน รอนัดวันศุกร์ ว่าจะไปพบที่ไหน เวลาใด มาถึงกรุงเทพฯ ส่งจ่า กลับ ขับรถไปหา พี่แจ้ เพื่อคุยรายละเอียด ในขั้นตอนต่อไป ตกลงต้องย้ายที่พักใหม่ในวันพรุ่งนี้ คือวันพฤหัสบดี เพราะที่พักใหม่ ต้องมีโทรศัพท์ เอาไว้ติดต่ออย่างสะดวกในการขายหุ้น และหลิวต้องเป็นคนสั่งขายหุ้น ต้องหาที่พักปกปิดมิดชิด มีโทรศัพท์พร้อม พี่แจ้ จัดหาที่พัก ให้พามาพัก ในบริเวณบ้านพักของพี่แจ้เองที่อยู่ใกล้ตัวเมือง สระบุรี ผู้กอง จึงต้องรีบเดินทางกลับไปรีสอร์ทอีกครั้ง ขับรถมาถึงมืดค่ำ แล้ว พาหลิวออกมานั่งคุยด้วย
✴ผู้กอง "ผู้กองได้ไปขอร้องเจ้านายให้ไว้ชีวิตเรา และปล่อยตัวกลับไปเมื่อได้เงินเรียบร้อยแล้ว ผู้กองเอาชีวิตตัวเองเป็นประกัน"
หลิว ยกมือไหว้
✴ผู้กอง "พรุ่งนี้ ผู้กองจะพาไปพักที่ใหม่ ที่เจ้านายจัดเอาไว้ให้ เพื่อสะดวกในหลายๆเรื่อง และเป็นหลักประกันทั้งผู้กองและหลิว จะไม่หนีหายไปไหนถ้าไม่ยอมทำตาม"
หลิว ยกมือไหว้
หลิว"ผมยอมทำตาม ทุกอย่าง ขอบคุณผู้กองที่ช่วยเหลือ"
✴ผู้กอง "หลิว ต้องสั่งขายหุ้นที่มีทั้งหมด โอนเงินเข้าบัญชีหลิว เสียดายที่หุ้นกำลังลงมาตั้งแต่วันจันทร์ เงินที่ขายคงไม่ถึง 13 ล้าน หลิวต้องเซ็นต์ ใบมอบอำนาจ การถอนเงินให้กับผู้กองเอาไว้ พรุ่งนี้จะเอาเอกสารต่างๆมาให้เซ็นต์ นอนหลับให้สบาย ผู้กองขอพักผ่อนบ้าง ไม่ได้พักนอนหลับเต็มที่เลย"
✨เช้าวันพฤหัสบดี ผู้กองพาหลิวขึ้นรถ ให้เบิ้มทำหน้าที่ขับรถ ผู้กองบอกเส้นทางให้เบิ้มขับรถเข้าตัวเมืองสระบุรี และขับไปยังบ้านพัก พี่แจ้ จัดหาเอาไว้ให้ทันที่ เมื่อถึง ที่พักเรียบร้อย ผู้กองโทรศัพท์คุยกับพี่แจ้ ถึงขั้นตอนที่จะต้องทำต่อไป ต่อโทรศัพท์ ให้หลิว สอบถามโบรกเกอร์ ที่จะเทขายหุ้นทั้งหมด โบรกเกอร์แนะนำให้ทะยอย ขาย และคิดว่า พรุ่งนี้วันศุกร์ ก่อนเวลาเที่ยงคงขายหุ้นทั้งหมดที่มี และเงินทั้งหมดที่ขายหุ้น โอนเขาบัญชีหลิวตามที่ได้แจ้งเอาไว้ ผู้กองนำใบถอนเงินของธนาคาร มาให้ หลิวเซ็นต์เอาไว้ 5-6 ใบ กันความผิดพลาด
บทละครสุดท้าย ตัวร้าย กลายเป็นคนดี
ผู้กองต้องรีบเดินทางเข้ากรุงเทพแต่เช้า เพื่อไปเบิกเงินออกจากบัญชี ของหลิว ผู้กองไปรับจ่า และเพื่อนจ่าอีก 3 คน ขึ้นรถ เดินทางไปธนาคารที่หลิวเปิดเอาไว้สำหรับการโอนเงินซื้อขายหุ้น และทำธุรกรรมต่างๆ ผู้กองขับรถมาถึงธนาคาร ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ โรงแรมไชน่าแกรนด์ ชั้นบนมีบริษัทโบรกเกอร์ สถานที่หลิวมาทำการซื้อขายหุ้น ธนาคารเปิดทำการแล้ว ผู้กองเดินเข้าไปธนาคารพร้อมกับจ่า ให้เพื่อนจ่าขับรถไปหาที่จอดรถ ผู้กองยื่นบัญชีธนาคาร ของหลิว ขอปรับสมุดและดูยอดเงินในบัญชีที่มีอยู่ ในบัญชี มีเงินอยู่ประมาณ 1 แสนกว่าบาท ผู้กอง นำใบถอนเงินที่หลิวเซ็นต์มอบอำนาจไว้ให้ กรอกจำนวนเงิน 1 แสนบาทถอนเงินจากบัญชี พร้อมพาสปอร์ต และ บัตรประชาชนของผู้กอง รอรับเงิน และเมื่อได้รับเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ขอคุยในรายละเอียดการถอนเงินจำนวนมาก หลายล้านบาท ผู้ช่วยผู้จัดการเป็นผู้หญิง เข้ามาพูดคุยด้วย
✴ผู้กอง "ผมจำเป็นต้องถอนเงินจำนวนมากกว่า 10 ล้านบาท ไปเข้าธนาคาร สาขาต่างประเทศ เงินที่เข้าบัญชี เป็นเงินที่ขายหลักทรัพย์ ในตลาดหุ้น และได้ขายหุ้นหมดแล้ว ทางโบรกเกอร์ได้แจ้งว่าได้โอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชี เจ้าของหุ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมยอดเงินในบัญชีจึงไม่มี"
ขณะนั้นเวลาประมาณเที่ยง ธนาคาร ปิดทำการเวลา 15.30 น.ผู้กองกลัวมีปัญหา ไม่สามารถถอนเงินได้
✴ผู้กอง "ผู้ช่วยครับ ช่วยจัดการทำแคชเชียร์ เช็คเอาไว้ล่วงหน้า สั่งจ่ายชื่อผมตามจำนวนยอดเงินที่ทางโบรกเกอร์แจ้งเอาไว้ คือ 10.5 ล้านบาท และช่วยเช็คยอดเงินทำไมจึงไม่มีเข้าบัญชี"
โบรกเกอร์ได้โอนมาแล้ว แต่ธนาคารผู้รับโอนกลับนำเงินจำนวนมากที่โอนเข้ามา โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปที่สำนักงานใหญ่ แทนที่จะโอนมายังบัญชีสาขาทันที ทำให้ไม่มียอดในบัญชี ที่จะทำการถอนได้ ผู้กอง จ่าและเพื่อนจ่าอีก 3 คนนั่งรอในธนาคาร พนักงาน ทุกคนมองดูมาอยุู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันผู้กองส่งเสียงดังเป็นระยะๆว่าทำไมเงินจึงไม่เข้าบัญชี ใกล้เวลา 15.00 น.
✴ผู้ช่วยผู้จัดการ " ท่านค่ะ เงินเข้าบัญชีเรียบร้อย ทำการถอนให้แล้ว ค่ะ ทำแคชเชียร์เช็ค ตามที่บอกเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยค่ะ รอผู้จัดการธนาคารเซ็นต์อนุมัติการถอน และอนุมัติแคชเชียร์เช็ค"
เวลาใกล้ธนาคารปิดทำการ 15.30 น. ผู้กองอดทนต่อไปไม่ไหว รีบเดินเข้าห้องผู้จัดการธนาคารทันที
✴ผู้กอง "ผู้จัดการทำไมไม่ยอมเซ็นต์ หลักฐานทุกอย่างถูกต้อง และไม่ได้เบิกเป็นเงินสดจำนวนมากอีกด้วย"
(ถ้าผู้กองไม่มีไหวพริบก่อนหน้านั้น คิดถอนเป็นเงินสด คงไม่ได้เงินที่ถอนออกมาอย่างแน่นอน)
✴ผู้กอง."หลักฐานในแคชเชียร์เช็คระบุไว้ชัดเจนถึงผู้ทำการเบิกถอน ทำไมไม่อนุมัติ ถ้าผมนำเงินไปเข้าอีกธนาคารหนึ่งไม่ทันเวลา ความเสียหายในธุกิจที่เกิดขึ้นใครรับผิดชอบ ผมหาเรื่องฟ้องร้องผู้จัดการแน่นอน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ธนาคารปิดทำการ"
✨ผู้จัดการโดนผู้กองขู่เสียงดังลั่นธนาคาร แถมมีลูกน้องนั่งรออีก 4 คนอยู่ในธนาคาร ลูกค้าอื่นไม่มีเพราะถึงเวาปิดทำการ 15.30 พอดี ผู้จัดการจึงยอมเซ็นต์อนุมัติ และนำแคชเชียร์เช็คส่งให้ผู้กอง ผู้กองรับแคชเชียร์เช็ค เดินออกจากธนาคารทันที ให้เพื่อนจ่าเป็นคนขับรถ ไปส่งจ่า และเพื่อนที่พัก ผู้กองขับรถด้วยตนเองกลับสระบุรีทันที ไปพบกับพี่แจ้ คอยอยู่ที่ทำงาน เข้าไปพูดคุยถึงการทำงานจบลงด้วยดี ผู้กองเซ็นต์สลักหลังแคชเชียร์เช็คจำนวน 10.5 ล้าน ให้พี่แจ้ เอาไปให้เสี่ยเจียง ส่วนผู้กองต้องไปพาหลิว ปล่อยตัวกลับบ้าน แต่ก่อนจะปล่อยตัว ขอให้คนขับรถพี่แจ้ แสดงบทบาทเป็นเจ้านายให้ด้วย เพราะคนขับรถของพี่แจ้รูปร่างใหญ่ ดูน่าเกรงขาม เมื่อไปถึงที่พักผู้กองได้เข้าไปหาหลิว พร้อมกับ นำเงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท ยื่นให้หลิว
✴ผู้กอง "หลิว เอาเงินไว้เป็นค่าใช้จ่าย ซื้อตั๋วเครื่องบิน เดินทางกลับไปหาภรรยาที่สิงค์โปร์ อย่าได้อยู่ในเมืองไทยในช่วงนี้ ผ่านไปแล้ว 1 เดือนค่อยเดินทางกลับเข้ามาใหม่ เพื่อความปลอดภัยของหลิวเอง เพราะไม่แน่ใจ ถ้าเกิดเจ้านายเปลี่ยนใจ จะเดือดร้อนไปหมดเจ้านายเดินเข้ามา หลิว กราบขอบคุณเจ้านายทำ ที่ไว้ชีวิตหลิว"
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้านายเดินเข้ามา หลิวทำตามที่ผู้กองแนะนำทันที่ เข้าไปกราบเท้าเจ้านายและพูดตามผู้กองบอกเอาไว้ล่วงหน้า
✴หลิว "ขอบคุณ ครับ เจ้านายที่ไว้ชีวิตผม" เจ้านายพูดเสียงดัง
เจ้านาย "ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น กูไม่เอาไว้ทั้งคู่จำเอาไว้"
✴ผู้กอง " ครับเจ้านาย ผมรับประกันด้วยชีวิตครับ ว่าไม่มีปัญหา"
เจ้านายเดินหันหลังเดินจากไป ผู้กองสั่งเบิ้มและนิด เตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ พาหลิวไปปล่อยตัวกลับบ้าน ระหว่างพาหลิวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
✴ผู้กอง "ขอบใจหลิว ที่ให้ความร่วมมือทำให้ผู้กองไม่เดือดร้อนไปด้วย ต่อไปผู้กองคงต้องพักงานสักระยะ และขอลาเจ้านายไปทำงานอย่างอื่น บางครั้งผู้กองรุนแรงกับหลิวไป ผู้กองไม่คิดอยากทำเช่นนั้น ผู้กองเครียดมากตอนนั้น ถึงได้ล่วงเกินกระทำลงไป"
✴หลิว "ขอบคุณ ครับ ผู้กอง ที่ช่วยเหลือมาตลอด ผมกลับมาจากสิงค์โปร จะซื้อของมาฝาก ผู้กองอยากได้อะไรบ้าง"
✴ผู้กอง" ไม่ติดต่อกันอีกจะดีกว่า ผู้กองกลัวเจ้านายรู้ ไม่ทำตามคำสั่งและคอยช่วยเหลือหลิวตลอดมา ถ้าเจ้านายเข้าใจผิดจะเดือดร้อน อย่างไรผู้กองขอให้โชคดี อย่างน้อย 1 เดือนอย่ารีบเข้ามาเมืองไทย ต่อไป หลิวคงทำมาหากินได้สบาย เงินในบัญชี ยังมีเหลือบ้างและรู้ว่ายังมีเงินโอนบางส่วนโอนเข้ามาอีก ผู้กองอวยพรให้เดินทางปลอดภัย"
เบิ้มขับรถมาถึงรังสิต เวลาเกือบ 21.00 น. หยุดรถให้หลิวลงจากรถ เดินทางกลับด้วยตนเองต่อไป
จบภารกิจงาน "อุ้ม" จะมีใครคิดหรือไม่ว่า ตัวละคร แต่ละคน ไม่เคยทำงานประเภทนี้มาก่อนเลยแม้สักครั้งเดียว ทุกอย่างเป็นครั้งแรก ของชีวิต อาศัยความใจกล้า การวางแผน และทำบทบาทให้เสมือนเรื่องจริงเท่านั้น เพราะทุกคนเป็นเพียงผู้แสดง ตัวผมเองเท่านั้น ที่นอกจากเป็นทั้งผู้แสดง เขียนบท แก้ไขและเพิ่มเติมบทบาท ให้เข้ากับสถานะการณ์ และกำกับการแสดงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้แสดงละคร มีความมั่นใจ ในบทบาทนั้นๆนั่นเอง
ผลตอบแทนที่ได้รับจากการทำงาน
✨ผมไม่รู้มาก่อน ว่าการทำงานประเภทนี้เขาคิดค่าจ้างทำงานกันอย่างไร ทำไปด้วยใจ ใช้สมอง และสติปัญญา ทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่คิดว่าผู้ว่าจ้าง คงไม่เอาเปรียบเพราะค่าใช้จ่ายต่างๆตั้งแต่เริ่มทำงาน ผู้ว่าจ้างไม่ได้ปฏิเสธ หรือมีปัญหาใดๆ หลังจากส่งทุกคนกลับบ้าน กลับทึ่พัก ผมเดินทางกลับจังหวัดอุดรธานี ในเช้าวันเสาร์ พอมีเงินเหลือติดกระเป๋า หลังจากที่ถอนเงินสดจากบัญชีหลิวมา 1 แสนบาท ให้กับหลิวไป 5 หมื่น ให้ จ่าและเพื่อนไปจำนวน 1 หมื่นบาท เบิ้ม และนิด คนละ 5 พันบาท เหลือติดกระเป๋ากลับอุดรธานี 3 หมื่นบาท พี่แจ้ นัดให้ผมมาพบสรุปเรื่องงานและรายได้ที่ผมจะได้รับ
⭐ในวัน จันทร์ต่อมา ผมขับรถเข้ากรุงเทพฯ คืนวันอาทิตย์ เวลานัดหมายกับพี่แจ้และเสี่ยเจียงเวลา 19.00 น.ของวันจันทร์ เมือถึงเวลานัดหมายผมเดินทางไปพบกับพี่แจ้และเสี่ยเจียง สรุปค่าใช้จ่ายเดิม เพื่อนเบิกเป็นค่าใช้จ่ายไปทำงานแต่ไม่สำเร็จ จำนวน 1 ล้านบาท ส่วนเงินที่เสี่ยเจียงเตรียมมาไว้ให้ผมเป็นเงินสด 1 ล้านบาท เป็นครั้งแรกของชีวิตผมที่มีเงินเป็นของตนเองมากมายขนาดนี้ มาก่อน ได้พุดคุยถึงเรื่องผลตอบแทนกับพี่แจ้ ว่าเขาคิดกันอย่างไร ของงานแต่ละประเภท ผมถึงทราบผลตอบแทนของงานประเภทนี้ มากมาย พอประมาณ แต่ความโลภ ความอยากได้ อยากมี ไม่สามารถหยุดความคิด ของคนเราที่ยังมีกิเลศ ทำให้การเดินทางในสายนี้ งานในเรื่องแบบนี้ ไม่ได้หยุดแค่งานนี้ งานเดียว ต้องมีงานเข้ามาอีกแน่นอน เพราะผลงานที่ได้ทำไป ทำให้มีชื่อเสียงทันที
ผมแบ่งเงินบางส่วน ไปซื้อทองให้เบิ้มและนิด เงินอีกบางส่วนเก็บไว้ใช้จ่าย และบอกว่าถ้ามีงานจึงจะเรียกใช้อีก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น