เกือบถูกปลดให้พ้นสภาพนักเรียนนายร้อย
⭐นักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 1⭐
✪ชีวิตการเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราทุกคนสามารถที่ฝ่าฟันต่ออุปสรรค์ต่างๆได้หรือไม่อย่างไรในอนาคตชีวิตการรับราชการทหารในอนาคต เพราะนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 จะเป็นการฝึกศึกษาที่ต้องอาศัยความอึด อดทน ของร่างกาย และความรู้ ความสามารถในมันสมองของตนเอง ในการแก้ปัญหาให้ได้ในสถานการณ์ความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อย การฝึกให้มีระเบียบวินัยปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาและตามแบบธรรมเนียมทหาร ความรับผิดชอบและแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่กดดันต่างๆ นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 ทุกคนที่เริ่มย่างก้าวเข้ามาสู่รัวแดงกำแพงเหลือง หรือโรงเรียนนายร้อยพระจุลเกล้า จะเริ่มได้รับบทเรียนบททดสอบจาก นายทหารปกครอง นักเรียนปกครองที่ทำหน้าที่เป็นนักเรียนบังคับบัญชา ในตำแหน่งต่างๆ และจากรุ่นพี่ ที่เป็นนักเรียนอาวุโส
✨การเป็นนักเรียนนายร้อยใหม่ คือบทเริ่มต้นและเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญที่สุดว่านักเรียนนายร้อยใหม่ทุกคนจะฝ่าฝันไปได้หรือไม่ เพราะมีนักเรียนนายร้อยหลายนายที่ไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ ทำให้ต้องพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนนายร้อย ถึงแม้นักเรียนนายร้อยทุกคนได้ผ่านการเรียนรู้ชีวิตทหารจากโรงเรียนเตรียมทหารมาแล้วก็ตาม แต่นักเรียนนายร้อยใหม่ มีบททดสอบที่ยากลำบากกว่าหลายเท่าเพราะเป็นการฝึกศึกษาเพื่อให้นักเรียนนายร้อยทุกคนเมื่อจบการศึกษาแล้ว ไปรับราชการทหารเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ตนเองปกครองได้และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาของตนเองอย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาและเป็นที่น่าเสื่อมใสของบุคคลอื่นๆ
✪การทดสอบไอคิวหรือมันสมอง ความรู้ความสามารถของนักเรียนนายร้อยก็คือต้องสอบผ่านในการฝึกศึกษา ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ วิชาความรู้ภาควิชาการต่างๆและวิชาทหาร จึงได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียนในชั้นที่สูงกว่าจนจบการศึกษา และถ้านักเรียนนายร้อยสอบไม่ผ่านในภาควิชาการหรือวิชาทหาร จะต้องเรียนซ้ำชั้น และเรียนซ้ำได้อีกเพียง 1 ปีเท่านั้นเพราะถ้าสอบไม่ผ่านอีกครั้งก็ต้องถูกปลดพ้นสภาพการเป็นนักเรียนนายร้อยเช่นกัน
✪การทดสอบให้ทุกคนต้องรู้จักวินัยทหาร การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาและตามแบบธรรมเนียมทหารต่างๆ มีคะแนนความประพฤติที่ทุกคนต้องรักษาเอาไว้ไม่ให้ถูกตัดคะแนน เพราะสาเหตุการถูกตัดคะแนนความประพฤติ ก็คือการฝ่าฝืนคำสั่งไม่ปฏิบัติตามกฏระเบียบของการเป็นนักเรียนนายร้อย มีการลงทัณฑ์ตามฐานความผิดต่างๆจากเบาไปหาหนัก และถ้านักเรียนนายร้อยคนใดถูกตัดคะแนนความประพฤติ 100 คะแนน จะถูกปลดพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนนายร้อยทันที
✨นักเรียนนายร้อยใหม่จะเป็นช่วงที่หนักที่สุดของการใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนายร้อย เพราะเป็นช่วงของการฝึกหนักเพื่อปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพและการเรียนรู้การใช้ชีวิตทหารอย่างเต็มรูปแบบ จึงมีนักเรียนนายร้อยใหม่บางนายเกือบทุกรุ่นที่ไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้จนต้องพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนนายร้อยหรือเรียนซ้ำชั้น
✹ส่วนตัวผมเองเคยรับการฝึกหนักมาแล้วในสมัยเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก จึงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่ด้วยนิสัยและบุคคลิกภาพส่วนตัวที่แสดงออก ในเรื่องการแสดงความคิดเห็นต่างๆรวมถึงคำสั่ง ของนักเรียนบังคับบัญชา ชอบสงสัยซักถาม ทำให้นักเรียนรุ่นพี่และนักเรียนบังคับบัญชา เพ่งมองดูอยู่ตลอดเวลาและถูกลงโทษบ่อยครั้ง มากกว่าเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน ถึงขั้นถูกลงโทษให้เขาเวร-ยาม คืนละ 2 ผลัดเป็นเวลานาน เมื่อไปเรียนภาควิชาการในฝั่งกองการศึกษา นั่งหลับในเวลาเรียนบ่อยๆจนถูกอาจารย์ผู้สอน รายงานมายังนายทหารปกครองเพื่อลงโทษ และยังถูกกักบริเวณทุกวันหยุด ไม่ได้รับการปล่อยพักกลับไปบ้าน จนถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่1 ได้รับกระบี่สั้นแต่งชุดปกติขาว ผมไม่เคยได้รับการปล่อยพักกลับบ้านเพราะถูกลงโทษกักบริเวณมาตลอดจึงหวังว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้กลับบ้านแต่งชุดไปอวดพ่อแม่ และเสาร์-อาทิตย์ นั้น ผมเองไม่มีชื่อกักบริเวณ จากคำสั่งที่ปิดประกาศเอาไว้ที่บอร์ด
✹✹✹แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เย็นวันศุกร์ก่อนการปล่อยพักกลับบ้านนักเรียนที่ไม่มีชื่อเข้าเวร-ยามและกักบริเวณ ได้แต่งชุดปกติขาว มารวมแถวเพื่อตรวจความเรียบร้อยการแต่งเครื่องแบบจากนักเรียนบังคับบัญชา และอ่านรายชื่อนักเรียนที่มีชื่อเข้าเวร-ยาม ถูกกักบริเวณ ออกไปรวมแถวต่างหากเพื่อฟังคำชี้แจง แต่ทำให้ผมเกือบช็อคเพราะมีชื่อผมเรียกออกไปด้วย และให้แยกตัวออกไปต่างหาก นักเรียนบังคับบัญชาให้ผมไปเปลี่ยนชุดเพราะผมไม่ได้รับการปล่อยพัก บอกว่ามีรายชื่อกักบริเวณ ผมบอกว่าผมไม่มีความผิดใดๆและไม่มีรายชื่อในคำสั่งที่ปิดประกาศเอาไว้ แต่นักเรียนบังคับบัญชาเอากระดาษคำสั่งมาให้ดูบอกว่ามีรายชือผม ผมดูมีรายชื่อผมจริงแต่เป็นการใช้ดินสอดำ เขียนแทรกลงไปเท่านั้น ไม่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมที่ถูกต้อง ผมจึงไม่ยอมรับว่าผมโดนกักบริเวณและขอกลับบ้าน (ในใจคิดว่าโดนกลั่นแกล้ง)นักเรียนบังคับบัญชาจึงบอกว่าถ้าอยากกลับบ้าน ให้ปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษแล้วจะปล่อยกลับ โดยสั่งให้ผมหมอบ-และกลิ้งม้วนตัว ที่หน้าสนามกองพัน แต่ผมไม่ยอมปฏิบัติยืนนิ่งในท่าตรง เพราะคิดว่าถ้าปฏิบัติตามคำสั่งก็คงไม่ได้กลับ ชุดปกติขาวที่แต่งต้องเปรอะเปื้อนดินและสกปรก นักเรียนบังคับบัญชาไม่รู้จะทำอย่างไรกับผมเพราะผมยืนนิ่งในท่าตรงอยู่แบบนั้น จึงออกคำสั่งให้ผมเดินไปที่หน้าอนุสาวรีย์พระบรมรูป ร.5 เพื่อกล่าวคำปฏิญาณ
🌟ข้าฯนักเรียนนายร้อย วิชัย ชุนประเสริฐดี จะรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยเลือด🌟
❃นักเรียนบังคับบัญชา "อยากกลับบ้านมัย ถ้าอยากกลับบ้าน ให้วิ่งรอบอนุสารีย์พระบรมรูป ร.5 จำนวน100รอบ"
❃ผมตอบ "อยากกลับบ้านครับผม" แต่ยังคงยืนนิ่งในท่าตรง (คิดในใจ ถ้าวิ่งชุดปกติขาวก็คงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและกว่าจะครบ 100 รอบ คงมืดค่ำ ไม่มีรถกลับถึงบ้านแน่)จึงยืนท่าตรงนิ่งอยู่แบบนั้นอยู่เป็นเวลานาน
❃นักเรียนบังคับบัญชา "เดินไปโรงอาหาร"
สั่งให้ผมขึ้นไปรับทานอาหาร หลังจากรับทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ผมเดินลงจากโรงอาหาร เดินออกจากประตูรั้วโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กลับบ้านทันที
✨ในมุมมองถ้าผมคิดในแง่ดีหรือทางด้านบวก ตั้งแต่ต้น ถ้าทุกอย่างล้วนเป็นการทดสอบความมีวินัยของผม ในการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แค่ทดสอบลองใจดูท่าทีว่าจะยอมปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้หรือไม่ อาจให้ทำเพียงเล็กๆน้อยๆและก็ยกเลิกคำสั่ง ซึ่งในความเป็นจริงมักเกิดการทดสอบหรือลองใจขึ้นบ่อยๆและไม่ได้ให้ปฏิบัติลงโทษแบบจริงจัง โดยส่วนตัวเมื่อจบมารับราชการก็เคยใช้วิธีนี้กับการฝึกทหารใหม่อยู่บ่อยๆ แต่ในขณะนั้นผมเองกลับคิดในแง่ไม่ดีหรือแง่ลบ เพราะยังขาดประสบการณ์และยังยึดติดกับความคิดตัวเองว่าคิดถูกต้องเสมอ✨
✸✸✸วันอาทิตย์ กลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน มีการรวมแถวตรวจเช็คยอดนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1 ทั้งหมดที่ปล่อยพัก นักเรียนบังคับบัญชาเรียกผมไปพบและให้เขียนใบรายงานความผิดฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาและออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาติ โดยในฐานความผิดที่กระทำนักเรียนบังคับบัญชา บอกว่าจะถูกลงโทษสถานหนัก ถูกตัดคะแนนความประพฤติสูงสุด 2 กระทงๆละ 35 คะแนน รวม 70 คะแนน แต่ผู้บังคับกองร้อย ซึ่งเป็นนายทหารปกครองในเวลานั้น คือ "ร.อ.วรวิทย์ พรรณสมัย" เรียกผมไปพบสั่งลงโทษตัดคะแนนความประพฤติเพียง 35 คะแนนและอบรมสั่งสอนให้ผมปฏิบัติตัวให้ดีทำตามคำสั่งนักเรียนบังคับบัญชาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น และผู้บังคับกองร้อยจะเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของผม✸✸✸
✪หลังจากนั้นผมก็ยังมีการถูกลงโทษบ้าง ถูกกักบริเวณในวันหยุด ไม่ได้กลับบ้านเหมือนเพื่อนๆ ถูกลงโทษให้เข้าเวร-ยาม แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ถูกลงโทษตัดคะแนนความประพฤติอีกครั้ง เมื่อมีชื่อรายชื่อ กักบริเวณในวันหยุด กลับหนีเที่ยว ขาดตรวจเช็คยอดจากนายทหารเวรฯ ถูกตัดคะแนนความประพฤติอีกครั้ง 35 คะแนน รวม 2 ครั้งจากความผิดครั้งก่อนเป็น 70 คะแนน
✪หลังจากนั้นผมก็พยายามปรับปรุงตัวเองไม่ให้มีการกระทำความผิดอีก เพราะถ้าถูกลงโทษอีกครั้งถูกตัดคะแนนความประพฤติอีก แค่ 30 คะแนน จะถูกปลดพ้นสภาพเป็นนักเรียนนายร้อยทันที
✪จนกระทั่งการฝึกวิชาทหารภาคฤดูร้อน ฝึกที่ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถิ่นเก่าในสมัยเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในช่วงพักการฝึก ออกจากที่พักไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ อาจารย์ผู้ควบคุมการฝึกของนักเรียนนายร้อยปีที่1 ตรวจเช็คยอดนักเรียน และผมขาดหายไป เมื่อกลับมาถึง และไปรายงานตัว อาจารย์ผู้ควบคุมการฝึกให้ผมเขียนใบรายงานความผิดฐานขัดคำสั่งออกจากที่พักไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ (ในใจคิดว่าเป็นการคาดโทษเพื่อไม่ให้คนอื่นทำความผิดแบบนี้อีก)และผมก็ไม่ได้คิดว่าถูกตัดคะแนนความประพฤติอีกเพราะฝึกไปตามปกติจนจบ การฝึก
✨✨✨แต่ขณะที่เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียน ปีที่ 2 ได้รับสมุดบันทึกประจำตัวนักเรียนนายร้อยเพื่อมากรอกรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแก้ไขให้ถูกต้อง ผมถึงได้รู้ว่าในการเขียนรายงานความผิดครั้งหลัง ผมโดนตัดคะแนนความประพฤติอีก 29 คะแนน รวมแล้วในชั้นปีที่ 1 นักเรียนนายร้อย วิชัย ชุนประเสริฐดี ถูกตัดคะแนนความประพฤติ จำนวน 99 คะแนน ถูกลงโทษจำขัง จำนวน 6 วัน แต่ที่ไม่รู้เพราะโทษจำขังไม่ได้ขังจริงเพราะช่วงนั้น ห้องเบอร์ 18 ที่เป็นสถานที่จำขังอยู่ระหว่างปรับปรุงซ่อมแซม
✨✨✨ทุกวันนี้ เมื่อคิดทบทวนการกระทำของตนเองในสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 1แล้ว ต้องแสดงความคารวะและกราบขอบพระคุณ ในรุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนบังคับบัญชาที่พยายามฝึกสอนสั่งให้ผมเป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริง รู้จักระเบียบและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่เราจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและไม่มีข้อแม้ใดๆ เพราะเป็นคำสั่งที่ไม่ผิดกฏหมาย เป็นการสั่งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเพื่อให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดีและรวดเร็ว และต้องระลึกถึงความกรุณา เมตตาของนายทหารปกครอง และอาจารย์ผู้ควบคุมการฝึก เพราะถ้าท่านไม่ได้ให้ความเมตตาในขณะนั้นผมคงต้องถูกปลดออกให้พ้นจากสภาพเป็นนักเรียนนายร้อย เพราะกระทำความผิดร้ายแรงจนถูกตัดคะแนนความประพฤติ เกินระเบียบของโรงเรียนนายร้อยพระจุลเกล้า

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น