วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 5

เพื่อนไม่ใช่เพื่อน ไม่มีรายชื่อในสาระบบรุ่น 
⭐นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 5⭐

นักนายร้อยปีที่5 พี่ใหญ่ของน้องๆทั้งหมด ผมไม่ได้เป็นนักเรียนบังคับบัญชา ที่ทำหน้าที่โดยตรงปกครองดูแลรุ่นน้อง ความดีและการปฏิบัติตัวที่ยังไม่เหมาะสมที่ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนๆให้ความเชื่อถือ เพราะต้องมีคะแนนความเหมาะสมจากเพื่อนๆในรุ่นด้วย 

ผมเรียนในกองสังคมศาสตร์ จึงไม่ยากที่จะสอบให้ผ่านแค่นั่งฟังอาจารย์สอน ก็สอบผ่านได้ ตนเองอาจมีพรสวรรค์ในเรื่องความจำและการเดาข้อสอบด้วย จึงผ่านได้ง่ายถึงแม้ไม่ต้องมาอ่านท่องตำราสอบ

นอกจากนั้น ยังทำตัวที่ไม่เหมาะสมคือจำหน่ายยอดออกไปตรวจโรค และขอไปตรวจที่ รพ.พระมงกุฏ แต่เอาเวลาที่แท้จริงไปยังหน่วยทหาร เช่นที่ ร.11 ไปหารุ่นพี่ที่หน่วย ขอเรียนรู้การฝึกทหารใหม่ ดูเทคนิคการฝึกทหารใหม่เพื่อตรวจสอบแข่งขันระหว่างหน่วยว่าทำอย่างไร เพราะที่โรงเรียนนายร้อยไม่มีการสอน อยากเรียนรู้เมื่อจบออกไปเป็นผู้ฝึกทหารใหม่ จะได้ทำได้ดีที่สุด เป็นการหาความรู้ที่ผิดระเบียบแต่สามารถเอาตัวรอดไปได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์ที่ผมต้องจดจำจนถึงทุกวันนี้ ผมได้เขียนเล่าเรื่องรายละเอียดไปแล้ว แต่ได้ลบออกไปแล้วเพราะเกี่ยวข้องกับผู้อื่นหลายๆคน เป็นการไม่เหมาะสม ที่จะไปกล่าวถึง แต่เป็นเรื่องของความถูกต้องที่ควรยึดถือและมีตลอดไปในสถาบันโรงเรียนนายร้อยพระจุลเกล้า ในเรื่อง "ระบบเกียรติศักดิ์" ที่เราได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งผมเป็นคนที่ช่วยเหลือในความผิดครั้งแรก ไม่ให้เพื่อนต้องลงมติให้เพื่อนคนนั้นต้องพ้นสภาพนักเรียนนายร้อย เพราะชื่อเดียวกันอยู่ในหมวดเดียวกันมาตลอด และถึงแม้ เพื่อนคนนี้ ที่จบออกมาพร้อมเพื่อนแต่ไม่มีในสาระบบรุ่น และรุ่นไม่ยอมรับ ***ในปัจจุบันถึงแม้จะพ้นสภาพจากกองทัพ ก็ยังประพฤติตัวไม่เหมาะสม เช่นเดิม อาจเรียกวาเป็นสันดาน ที่ไม่สามารถแก้ไขได้นั่นเอง***

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำและขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยเหลือไว้ คือก่อนจบ ผมเกิดอาการท้อแท้ ไม่อยากอยู่ ไม่อยากเป็นทหารก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ได้หนีออกจากโรงเรียนนายร้อย เดินทางไปอยู่ที่ เชียงใหม่ 1 อาทิตย์ ก่อนกลับไปบ้านบอกพ่อแม่ว่าผมไม่อยากเป็นทหารแล้วจะลาออก ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะจบออกมารับราชการก็ตาม พ่อบอกกับผมให้กลับเข้าโรงเรียนไปตั้งใจเรียนทำตัวให้ดี เพื่อจบออกมา ถ้าไม่ไป พ่อบอกว่าจะฆ่าตัวตาย เป็นบาปกรรมอย่างหนึ่งที่ผมต้องทำให้พ่อเสียใจอีกครั้ง ไม่อยากจบออกมาเป็นทหาร เพราะหนีมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนเป็นนักเรียนเตรียมทหาร และเมื่อกลับเข้ามาในโรงเรียน ซึ่งตามปกติหายออกจากโรงเรียนไปนานขนาดนี้ ต้องมีความผิดร้ายแรง โดนตัดคะแนนความประพฤติ แต่เพื่อนที่เป็นนักเรียนบังคับบัญชา และหัวหน้านักเรียน ได้ส่งยอดว่าอยู่ในโรงเรียน 
**ช่วยกันปกปิดความผิดของเพื่อน รักเพื่อน ต้องมีความผิดร่วมกันถ้าตรวจสอบพบ**แต่เนื่องจากผมเป็นกรรมการรุ่น และมักจำหน่ายบ่อยๆที่ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนฝั่งกองการศึกษา เพราะไปเป็นกรรมการตรวจรับอาหาร หรือส่งยอดไปตรวจโรคที่กองพยาบาลบ่อยๆ เนื่องจากกระดูกสันหลังอักเสบ ปวดอยู่เป็นประจำ ต้องเข้ารับการตรวจรักษา ซึ่งยังเป็นมาจนถึงปัจจุบัน ที่มองเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่าคือกระดูกคด ทำให้ท่าทาง การเดิน การนั่ง การยืน ไม่สง่างาม ชอบทำตามสบาย เพราะไม่ให้เกิดอาการปวดหลัง การนอนจึงนอนบนที่แข็ง และนอนในท่างอตัวจึงจะไม่ปวดหลัง 

สิ่งที่สำคัญ ต้องขอขอบคุณ เพื่อนๆอีกครั้ง ที่ทำให้ได้จบออกมารับราชการได้พร้อมกับเพื่อนๆ 

ในที่สุด ด้วยกรรมลิขิต โชคชะตา ที่ไม่สามารถเป็นทหารได้ตลอดจนถึงเกษียณ เมื่อจบออกไปรับราชการมีการลาออก อีกถึง 3 ครั้ง  ทุกชั้นยศ ที่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ และทุกครั้งก็ทำให้พ่อเสียใจ จนพ่อเสียชีวิต การลาออกจึงได้ประสบผลสำเร็จ 

ติดตามอ่าน ความคิดทำไมถึงต้องขอลาออกไม่อยากอยู่ รับราชการทหาร

ไม่มีความคิดเห็น: