วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

การวางแผนชีวิตที่ผิดพลาด บทที่1

 ทำตามความฝันของตนเอง

  ❋❊ วิถีชีวิต ของแต่ละคนแตกต่างกันไป ตามต้นทุนที่ได้มาแต่กำเนิด จะเป็นตัวกำหนดเริ่มต้นได้อย่างหนึ่งว่าตนเองจะเดินทางไปทางไหน เช่น เพื่อนๆเป็นทหาร อยากให้ลูกชายของตนเองเดินตามรอยพ่อ ลูกหลานเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เมื่อมีลูก หวังให้ลูกสืบทอดธุรกิจของตนเองต่อไป พยายามสอนให้ลูกศึกษาการทำธุรกิจของตนเอง ส่งเสริมให้เรียนรู้ในวิชาสาขาที่สามารถจบออกมาแล้วมาบริหารต่อจากตนเองได้

❋❋ผมเป็นลูกเกษตรกร ทำสวน ที่มีฐานะไม่ค่อยดี เส้นทางชีวิตเมื่อเติบใหญ่คงเป็นเช่นเดิมเหมือนบรรพบุรุษ คือทำสวน แต่ผมในขณะเป็นเด็กรูปร่างเล็ก ไม่ยอมที่จะทนลำบากทำอาชีพเหมือนพ่อ จึงพยายามบอกพ่อว่าขอเรียนหนังสือให้สูงๆ จะได้มีงานทำมีรายได้เป็นของตนเอง ขณะ ผมอายุได้ 7 ปี เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ตามเกณฑ์บังคับของการศึกษาในสมัยนั้น เมื่อจบชั้นประถมปี่ที่ 4 จึงขอพ่อเรียนต่อ เส้นทางชีวิตจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วัยเด็ก มาเป็นเด็กวัดเพื่อจะได้มีที่กิน ที่เรียน จนมาถึงการเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก เพราะเป็นหนทางหนึ่งที่ไม่ต้องเสียเงินค่าการศึกษาและจบออกมาแล้วรับราชการมีเงินเดือนทันที แต่ความโชคดีและบุญวาสนาที่ตนเองไม่ได้คาดหวังมาก่อนคือได้มาเรียนต่อเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในโค้วต้าของกองทัพบก

 ❋❋เพราะตนเองรู้ดีว่าการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเองมีจุดอ่อนของการศึกษาในเรื่องพื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษ เป็นวิชาหนึ่งที่ใช้สอบเข้า ความมุ่งหวังว่าจะสอบเข้าได้ด้วยตนเองจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เสี่ยงดวงให้กับความหวังความก้าวหน้า ไปสมัครสอบแข่งขันเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ถึง 2 ครั้งในปี พ.ศ.2519 และ พ.ศ.2520 ผลเป็นไปตามคาดหมาย ไม่ได้เป็นจริงกับการเสี่ยงดวงของตัวผมเอง แต่เมื่อมีการสอบแข่งขันเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในปี พ.ศ.2520 มีจำนวนที่รับถึง 2,000 นาย ผมเองเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 4 คงมีโอกาสมากพอที่จะสอบบรรจุเข้าได้ และผมก็ทำได้ สอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกรุ่นที่10 ปี 2520 ได้ด้วยตนเองสมความภาคภูมิใจที่ตนตั้งใจไว้ และคิดว่าคงมีโอกาสรับใช้ชาติ มีเงินเดือนเพื่อเลี้ยงชีพให้กับตนเองในอนาคตได้ และพ่อ แม่ ไม่ได้มีสมบัติ เอาไว้ให้เรา ตอนนั้นพ่อแม่ ยังเช่าสวนคนอื่นเพื่อทำอาชีพเลี้ยงครอบครัว

  ❋❋ ความโชคดีที่ได้โควต้า กองทัพบก เพราะสมัยเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก สอบได้อันดับ 27 ของรุ่น และนักเรียนนายสิบที่ทางโรงเรียนนายสิบทหารบกส่งเข้ามาสอบแข่งขัน ในอันดับต้นๆ สอบเข้าได้ด้วยตนเอง จึงถูกตัดสิทธิ์ออกจากโค๊วต้า ผมจึงได้เลื่อนอันดับ ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 ของรุ่น จึงได้สิทธิ์โค๊วต้าส่งเข้าเรียนเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ที่มีจำนวน 20 คน จากนักเรียนนายสิบทหารบกทั้งรุ่น 2,000 นาย ต้องขอบคุณเพื่อนๆในอันดับต้นๆที่สอบเข้าได้ด้วยตนเอง ผมเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 21
 
 ❋❋ได้เข้ารับการศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยพระจุลเกล้ารุ่นที่ 32 จนเรียนจบออกมารับราชการในปี 2528 บรรจุเป็น ผู้บังคับหมวด ในกองทัพภาคที่ 2
 
 ❋❋ด้วยพื้นฐานของชีวิตของตนเองตั้งแต่สมัยเด็ก มาเป็นเด็กวัด จนจบการศึกษา ออกมารับราชการ
การอยู่ในกรอบของวินัยมาตลอด แต่ความคิดที่แตกต่างเพราะต้นทุนของชีวิตนั้น ตนเองต้องอยู่เพียงลำพังเป็นส่วนใหญ่ ในการตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับตนเอง ไม่ได้มีคนชี้แนะ หรือให้คำปรึกษา การแก้ปัญหาและการตัดสินใจจึงตกเป็นของตนเองเกือบตลอดเวลา การเห็นความแตกต่างระหว่างต้นทุนของตนเองกับคนอื่นประกอบกับความคิดในสมัยนั้นๆยังขาดประสบการณ์ การมองความเลื่อมล้ำของสังคม ความไม่ยุติธรรมของสังคม ในความคิดตนเอง ความอยากมี อยากได้ เหมือนคนอื่นๆ จึงทำให้มีแรงกดดันกับตนเองตลอดเวลา โดยไม่ได้มองความมั่นคงของชีวิตเป็นหลัก เป็นแรงกระตุ้นตัวเองให้คิดลาออกจากราชการอยู่เสมอ แต่เพราะ พ่อ บังคับ ไม่ได้ลาออกจากราชการ ถ้าเชื่อคำสอนพ่อ ความมั่นคงของชีวิต จากการมองการไกลของผู้มีประสบการณ์ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด และหวังดีกับลูก อยากเห็นความเจริญก้าวหน้าและมีหน้ามีตาในสังคม ที่มีลูกชายที่สามารถเรียนจบจากสถานบันอันสูงค่า ที่หลายๆคนหวังว่าจะได้เข้ามาและจบออกไปรับราชการเป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล
 
❋❋แต่เมื่อพ่อเสียชีวิต ในปี 2536 ผมตัดสินใจลาออกจากราชการทันที และไม่มีใครสามารถมายับยั้งความคิดนี้ได้อีกต่อไป แม้แต่ผู้บังคับบัญชา คือท่านผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 13(พี่ทองแก้ว)ที่หวังดีและช่วยเหลือให้เวลาเพื่อดูหนังสือสอบเข้าโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือเงินเพิ่มเพื่อค่าครองชีพ และให้ผมแจงเหตุผลถึงการลาออก เมื่อลาออกจากราชการแล้วจะไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร เป็นเวลานานและหลายครั้งที่ผมขอเข้าพบท่านและยื่นความจำนงยืนยันขอลาออกจากราชการ อ้างเหตุผลที่ลาออกเพื่อไปประกอบธุรกิจด้วยตนเอง ความจริงผมไม่มีอะไรหรือแม้แต่เงินทุนเพื่อหวังทำธุรกิจ ซึ่งเป็นแค่ความคิดผมเองเท่านั้น แต่เหตุผลของความมั่นคงว่าจะไปทำอะไรนั้นผมโกหกท่าน และท่านคงคิดว่าผมโกหกเช่นกันจึงพยายามยับยั้งไม่อนุมัติให้ลาออก ท่านมองและคิดในแบบผู้มีประสบการณ์
   
❋❋จนครั้งสุดท้ายผมขอเข้าพบท่านและยื่นความจำนงขอลาออกอีกครั้งถ้าท่านไม่อนุมัติให้ลาออกเหมือนเดิม ผมจะขาดราชการหายไปเลย และบอกท่านว่าถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องปลดผมออกจากราชการ ท่านจึงยอมอนุมัติให้ผมลาออกจากราชการ

❋❋ขั้นตอนต่อไปของคำสั่งการลาออกจากราชการ ไปยังกองพล และกองทัพ ผมเองรีบไปดำเนินการให้มีคำสั่งโดยเร็วไม่ให้มีขั้นตอนเวลายับยั้งการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการลาออกจากราชการ โดยไปยืนยันด้วยตนเองเพื่อให้เห็นถึงความแน่วแน่เด็ดขาดของการขอลาออกจากราชการจริง ทำให้ขั้นตอนนี้ไม่ต้องใช้เวลานานในการอนุมัติคำสั่ง และการตัดสินใจ ในครั้งนี้ ชีวิตต่อมา ของผมคือชีวิตที่ผกผันอยู่ต่อเวลา ที่ต้องอยู่กับความเสี่ยงของชีวิตในทุกวินาที ทุกชั่วโมงของวันเสมอมา

❋❋ความเชื่อมั่นในตนเองสูงเป็นเหตุผลที่สำคัญในการตัดสินใจลาออกจากราชการและการออกมาดำเนินชีวิตเผชิญโชคกับโลกภายนอกในแบบที่เราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย มีแต่ความคิดว่าเราต้องทำได้และพยายามทำให้ได้เท่านั้น ความหวังแรกคือเงินทุนที่จะใช้ประกอบอาชีพ หวังมีเงินก้อนจากเงินที่ลาออกจากราชการ แต่ความไม่รู้ ไม่ปรึกษาผู้รู้จริงก่อนการลาออก ผลที่ได้รับคือความผิดหวัง เพราะเมื่อลาออกแล้ว ไม่สามารถรับเงินก้อนใดๆได้เลยต้องรับเป็นเบี้ยหวัดรายเดือนจนมีอายุ 50 ปีและเปลี่ยนประเภทเพื่อขอรับบำเหน็จหรือบำนาญ เป็นความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของตนเองเพราะขาดการปรึกษาเรียนรู้ เชื่อแต่ในความคิดตนเอง
   
❋❋แต่ความคิดว่าตนเองต้องทำได้ และได้พยายามทำ การเป็นพ่อค้าที่ขาดประสบการณ์ การค้าผลไม้สด การขายส่งอาหารทะเลสด และการขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด ทุกอย่างต้องใช้เงินทุน เงินก้อนจำนวนมาก แต่ผมมีเงินทุน แค่ 10,000 บาท เท่าที่หามาได้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตการเป็นพ่อค้าว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประกอบอาชีพเหล่านี้สำเร็จได้

❋❋ต้องใช้ประสบการณ์และเงินทุน อย่ามีความคิดว่ามีความพยายาม ขยัน อดทน แล้วจะทำให้สำเร็จ แต่ผมก็ต่อสู้เพราะความอยากรวยจากการเป็นพ่อค้าเคยได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆของการขายสินค้า บวกความพยายามและความฝันตนเอง แต่ผลสุดท้าย ไม่สามารถไปตามฝันเราได้ ใช้เวลาไปกับสิ่งเหล่านี้ 1 ปี เมื่อไม่มีเงินทุน จึงเปลี่ยนความคิด มาหางานทำในแบบมีเงินเดือนประจำบ้าง เอาดีกรีปริญญาตรี จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไปสมัครหางานทำ แต่สิ่งที่เสียใจและผิดหวังกับความคิดของเราก็คือ ภาพความคิดและมุมมองของ เจ้าของบริษัทฯต่อการสัมภาษณ์สมัครงาน ทำให้ผมน้ำตาตกใน เพราะเขามีความคิดไปในทำนอง ว่าเราคือคนไม่ดี คนเลว ที่ไปทำความผิดมาจนให้ถูกออกจากราชการ ถึงแม้จะมีสำเนาเอกสารคำสั่งว่าเราลาออกจากราชการให้ดูด้วยก็ตาม เพราะเขาคิดว่าไม่มีใครโง่ทำแบบผม ถ้าไม่ต้องโทษ ต้องคดีมา จะมีใครที่ไหนที่จบจาก จปร. มียศเป็นพันตรี จะลาออกมาหางานทำ
   
❋❋ แต่อย่างน้อยก็ยังมีที่แห่งหนึ่ง ที่รับเข้าทำงานแต่เป็นงานกลางคืน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ เลาห์ที่มีผู้หญิงให้บริการ ทุกรูปแบบเป็น เลาห์ ขนาดใหญ่ มี 2-3 แห่ง เจ้าของมีความสนิทกับนายพลทหารดังๆหลายท่าน แต่ทำได้ไม่นานเพราะผู้จัดการร้านแกล้งบีบให้ออกเพื่อเอาคนของตนเองเข้าไปทำงาน ผมจึงออกจากงานนั้นมาและไม่เคยมีความคิดที่จะไปทำงานในรูปแบบเป็นลูกน้องใครและรับเงินรายเดือนอีกเลย       หลังจากที่ชีวิตไม่เป็นไปตามความฝัน จึงคิดเปลี่ยนแนวหางานทำใหม่เป็นงานแบบไหนก็ได้ที่ทำแล้วทำให้มีรายได้ รวยเร็ว ถึงแม้จะมีความเสี่ยงต่อชีวิตก็ยอมทำ แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งผิดกฏหมาย

❋❋การเดินก้าวเข้าสู่ความคิดนี้ งานแรกคือการรับงานเป็นหัวหน้าและเป็นบอดี้การ์ด ให้กับเจ้าของ บริษัทฯที่มีปัญหาขัดผลประโยชน์กับคู่แข่งทางธุรกิจ เป็นเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลในจังหวัดหนองคาย และผู้มีอิทธิพลนั้นได้ถูกสังหารไปไม่นาน เป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ

❋❋การทำหน้าที่ตรงนี้เป็นที่จับตามองของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะกำลังสืบสวนหามือปืนถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร ซึ่งเป็นปัญหากับผมในภายหลัง ขนาดมีการกล่าวหาว่าผมเป็นหัวหน้าทีมมือปืนที่ไปสังหาร หลังจากเข้า่ไปทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้แล้ว การได้ตามไปประมูลงานกับเจ้าของบริษัทฯ เห็นการฮั้วประมูล และการชิงไหวพริบในการประมูลงานราชการ การรับสินบนจากเจ้าหน้าที่ของรัฐเองเกี่ยวกับการประมูลงาน ทำให้ผมสนใจและศึกษารูปแบบงานประมูลของรัฐที่เกี่ยวข้องหลายๆอย่างและผลประโยชน์การแข่งขันแย่งงานกันของเจ้าของบริษัทฯต่างๆทั้งบริษัทฯที่รับทำงานจริงหรือบริษัทฯที่ซื้อซองประมูลเพื่อหวังเงินฮั้วประมูล รูปแบบการฮั้วประมูลต่างๆเทคนิคการยื่นซองประกวดราคา ผมอาศัยเวลาสั้นๆขยันและเรียนรู้ ได้ประสบการณ์มามากแม้กระทั่งรูปแบบการจ่ายสินบนและการรับสินบนของข้าราชการเหล่านั้น
❋❋หน้าที่บอดี้การ์ดและไปประมูลงาน ฮั้วประมูลได้ไม่นานนัก เจ้าของบริษัทฯมีปัญหาทางด้านการเงินหมุนเวียน แต่มีงานที่ประมูลมาทั้งงานฮั้วประมูลและงานประมูลที่ได้มาแบบยื่นซองต่อสู้ราคา เป็นการสร้างเขื่อนและฝายในจังหวัดหนองคาย จำนวน 4 แห่ง 4 อำเภอ ขณะนั้นสถานการณ์เรื่องการหมายปองชีวิตคงไม่มีเพราะคนที่สกดรอยตามอยู่เป็นประจำ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบที่มาสืบหาข่าว ผมจึงได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการสนามไปคุมการก่อสร้างเขื่อนและฝายที่หนองคาย ให้เสร็จสิ้นภายระยะเวลากำหนด ประมาณ 1 เดือน การทำงานหน้าที่นี้ เหนื่อยแบบสุดๆเวลาพักผ่อนแทบไม่มี ทำงานทั้งกลางวัน กลางคืน คุมคนงาน คนขับรถ ดูแลหน้าไซต์งานรถจำนวนมาก รถดั๊ม รถแบล็คโฮ รถแทร็กเตอร์ การซ่อมบำรุงรถ อาหารการกินพนักงานทั้งหมด เหนื่อยก็คือการต้องเดินทางตลอดไปเอาอะไหล่ รถทุกชนิดที่จังหวัดขอนแก่น การเข้าไปดูงานแต่ละพื้นที่ เพราะเปิดหน้างานพร้อมกัน 2 แห่ง ความรู้ที่เรียนวิชาโยธาฯจากโรงเรียนนายร้อยต้องงัดมาใช้เหมือนกัน หัดขับรถบด รถแทร็กเตอร์ เพื่อเร่งงาน

  ❋❋แต่งานที่สำคัญกับเป็นงานการเจรจาเพราะเจ้าของบริษัทฯไม่มีเงินทุนหมุนเวียนแถมหลบด้วยการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ การเครดิต น้ำมัน เพื่อใช้กับรถทุกชนิด ค่า หิน ปูน ทราย ที่ใช้ก่อสร้าง จึงเป็นหน้าที่ผมที่ต้องติดต่อเจรจาเพื่อขอเครดิต สร้างความเชื่อมั่นการันตีว่าจบงานแล้วเขาได้รับเงินแน่นอน งานนี้ การเจรจาสร้างความเชื่อมั่นและความเคารพนับถือ จะเป็นตัวการันตีได้ดีในหลายๆอย่าง และ ตำแหน่ง พันตรี เป็นอีกอย่างที่เขาให้ความเชื่อถือในคำพูด จึงให้เครดิตจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้งานสามารถทำไปได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด
 
❋❋หลังจากทำงานสร้างเขื่อนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่เดินทางกลับไปบริษัทฯที่จังหวัดขอนแก่น ได้ข่าวที่ทำให้ตนเองเกือบช็อคคือเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดหนองคายรายงานไปที่กองทัพภาคที่ 2 ว่าผมคือหัวหน้าทีมมือปืนสังหาร พ.ต.ท.ทวีศักดิ์ ธุวานนท์ เจ้าพ่อนักธุรกิจบริษัทฯท่าทรายจังหวัดหนองคาย เมื่อโทรศัพท์คุยกับคนฝากงานให้มาทำและเจ้าของบริษัทฯ กลับให้ผมหยุดทำหน้าที่ออกจากบริษัทฯ เงินที่หวังว่าเมื่อทำงานจบจะได้รับเงินก้อนสักแสน หายไปในพริบตา งานนี้ผมถูกหลอกให้ทำงานเหนื่อยฟรี ไม่รู้ว่าเขาวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มให้ผมเข้าทำงานหรือหาเรื่องให้ออกแบบไม่ต้องจ่ายค่าแรง

❋❋ผมนึกถึงการทำงานในครั้งนั้น เพราะผมซื่อสัตย์และทำงานแบบทหารไม่มีไหวพริบ เพื่อหาประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเอง เจ้าของบริษัทฯสั่งไปทำแบบไหนก็ทำแบบนั้นทุกขั้นตอน และมี 3 ครั้งที่ได้รับมอบอำนาจไปประมูลงาน ที่เขามีการฮั้วประมูลหรือบางครั้งมีประเภทเอางานไปลงมือทำก่อน แต่งานยังไม่ประมูลประเภทล็อคสเปคบริษัทฯและเป็นแบบปิดงานไม่ให้บริษัทฯอื่นรู้เพื่อไปซื้อซองประมูลมายื่นแข่งขัน บังเอิญผมเข้าไปซื้อซองประมูลบอกชื่อผิดเพราะคล้ายกัน ได้ซองประมูลมาจึงรู้ว่าล็อคสเปค แต่บริษัทฯให้ผมไปยื่นซอง บริษัทฯเหล่านี้ ที่เอางาน ยื่นเงื่อนไขและเงินให้ผมเพื่อไม่ให้ผมยื่นซอง แต่ผมกลับไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว ทำตามคำสั่งคือยื่นซอง หรือให้เขารับเงื่อนไขบริษัทฯคือเราเป็นเจ้าของงาน ทั้งที่ราคาที่ทำไปยื่นผมรู้อยู้แล้วว่าไม่ได้งานแน่นอน ถ้าเป็นคนอื่นไปยื่นซองประมูลคงรับเงิน หรือถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขอาจถูกหิ้วหรือ อุ้มตัวไปแล้ว แต่เจ้าของบริษัทฯอื่นไม่รู้แน่ว่าผมเป็นอะไร คิดว่าคนมีสีและมีอิทธิพล ด้วยการแสดงท่าทางไม่เคยกลัวใครทุกครั้งที่ไปประมูลงาน แม้แต่ในกรมชลประทาน ไปลำพังคนเดียว โดนบังคับเอาซองประมูลที่ยื่นไปแล้วคืนแต่ผมไม่ยอมเอาคืน งานนี้ได้งานเพราะฟันงาน 50% เป็นงานฮั้วประมูลระดับใหญ่ของกรมชลประทานเพราะทุกบริษัทฯที่ซื้อซองประมูล คนจัดฮั้วประมูลเชิญไปร่วมทานอาหารที่โรงแรมกรุงเทพฯก่อนวันประมูล ไม่ไปเพียงบริษัทฯเดียวคือผม แต่งานนี้ถึงได้งานไป ผมทราบข่าวว่าเอางานไปให้คนอื่นทำและเขื่อนพังเป็นข่าวดังใหญ่โต

   ❋❋เขื่อนลำคันฉู อยู่ใน อ.บำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นเขื่อนดินบดอัด เพื่อกักเก็บน้ำจาก ลุ่มน้ำลำคันฉู งานนี้อาจเป็นความโชคดี ที่ผมมีท่าทางน่าเกรงขามจึงไม่โดนอุ้มไปเหมือนกับที่มีเหตุการณ์บ่อยๆแบบนี้ในกรมชลประทานสมัยนั้น
 
 ❋❋ประสบการณ์สร้างให้ผมรู้ถึงเลห์เหลี่ยมและผลประโยชน์ แต่เพราะผมได้รับการปลูกฝังและเรียนรู้ให้รู้จักซื่อสัตย์ ไม่คดโกงจึงทำให้ผมไม่รวยและยอมรับในบางสิ่งไม่ได้เมื่อเป็นสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ

ไม่มีความคิดเห็น: