✨ผมอยากเห็นคำว่าเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ ในการช่วยเหลือ เพราะผมรู้ดีว่าผมเคยเจออะไรมาก่อน ผมดิ้นรนด้วยตัวผมเองเพราะผมไม่ได้อยู่ในราชการแล้ว และตัดสินใจแล้วว่าเราจะเดินไปทิศทางไหน หลายครั้งที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย และหวนคิดถึงสิ่งที่เราปรารถนาว่าจะทำ ทำได้แค่ไหนต่อไป จะให้มันล้มเหลวอีกหรือ สิ่งที่เราอยากเห็นคงไม่เกิด เราเริ่มต้นมันมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยปีที่1 และเราอยากเห็น เราทำไม่ได้เลยหรือ เราจะหาทางกลับมาทำอีกครั้งได้มัย
✨โอกาสไหนดีละ ที่เหมาะที่จะเข้ามาทำ และต่อสู้ต่อไป เอาความล้มเหลวของตนเองเป็นตัวอย่างจากความผิดพลาด แนวความคิดของตนเอง และต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ต้องยอมรับในความเจ็บปวด การดูถูกดูแคลน ในความสามารถ หรือในสิ่งที่เพื่อนคิดว่าเราเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้หรือ และทุกอย่าง ตัวเราต้องยอมรับในเหตุผลต่างๆของเพื่อนที่จะพูดโดยเจตนาทั้งตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
✨ในแวดวงของเพื่อนๆที่มีความรู้ ความสามารถ ความเก่งกาจในเรื่องต่างๆ แต่เมื่อถึงบั้นปลายของชีวิตแล้วอย่าให้มันตายไปพร้อมกับความล้มเหลวๆไปหมดทุกอย่างอีกเลย ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งหันมาทำหน้าที่อีกสักครั้ง เป็นตัวเชื่อม เป็นตัวสร้างให้เพื่อนเห็นคุณค่าของคำว่าเป็นเพื่อนอีกสักครั้ง ผลตอบรับจะเป็นอย่างไร ก็ต้องยอมรับ เพราะเราได้สู้มาถึงที่สุดแล้ว
✨สิ่งที่ทำมาไม่ใช่ทำเพื่อผม แต่ทุกอย่างผมทำเพื่อ คำว่า"เพื่อน" ทำให้องค์กรเห็นว่าทุ่มเทมาไม่ใช่เพื่อผมเองแต่เพื่อความก้าวหน้าของเพื่อนๆ และเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
✨ครั้งแรกที่ผู้นำองค์กรเข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งประธานรุ่น ผมได้พูดคุยและฝากเรื่องหนึ่งในแนวความคิดของผมและต้องเร่งช่วยเหลือเป็นสำคัญอันดับแรกไม่เช่นนั้นมันจะเป็นตัวดึงองค์กร ให้ต่ำลงไปด้วยเพราะอย่างไรก็มีชื่ออยู่ในสาระบบรุ่นไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้ นั่นคือเพื่อนๆอีกหลายคนที่มีปัญหาในชีวิตส่วนตัว ครอบครัวและชีวิตรับราชการ มีปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน คือ เรื่องเล่นการพนันจนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว การดื่มเหล้าจนทำให้เสียหน้าที่การงาน การไม่ยอมทำงาน ขาดราชการ อนาคตก็ต้องถูกปลด หรือคิดทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อให้ตนเองอยู่รอดโดยลืมคำนึงถึงว่ามีรุ่นอยู่
✨ผมเสนอแนะให้ผู้นำองค์กรดึงเพื่อนๆเหล่านี้เข้ามาอยู่ส่วนกลางในตำแหน่งอะไรก็ได้ เพราะจะไปหวังความก้าวหน้าที่หน่วยเดิมนั้นยากอยู่แล้ว แต่ต้องให้เพื่อนเหล่านั้นยอมรับ ในการกระทำของตนเองและงดหรือละเว้นเสีย หยุดมาตั้งใจช่วยเหลือองค์กรเท่าที่ผู้นำจะหางานให้ทำ และผู้นำองค์กรช่วยเหลือทางด้านการเงินเพื่อให้การครองตนอยู่ต่อไปได้ เพราะเพื่อนๆทุกคนเงินเดือนแทบจะไม่เหลือถูกหักใช้หนี้เกือบหมด นี่คือสิ่งแรกที่ผู้นำองค์กรต้องทำ ส่วนเรื่องความบาดหมางระหว่างเพื่อนๆด้วยกัน ผู้นำองค์กรต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงว่ามันเกิดจากอะไร จึงสามารถไกล่เกลี่ยได้ ท่านได้รับฟังเหตุและผล จะทำหรือไม่ผมไม่รู้เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องยอมเสียสละหลายๆเรื่องและเก็บความลับของเพื่อนที่มีปัญหาต่างๆเอาไว้เพียงคนเดียวเพราะถ้ารู้หรือกระจายออกไปก็จะทำให้ไม่สามารถทำได้ จะไม่ให้ความร่วมมือและต่อต้านจากกลุ่มเพื่อนบางคน
✨ช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปีเป็นประจักษ์ได้ว่า ผู้นำองค์กรได้ทำและแก้ปัญหาต่างๆมาตลอดช่วยเหลือเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี เพื่อนๆที่ปรับปรุงแก้ไขตนเองก็ได้รับสิ่งที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว แต่ยังมีเพื่อนบางคนยังขาดสติ ไม่หวนคิดความปรารถนาดีในการช่วยเหลือกับคิดไปในทางน้อยเนื้อต่ำใจ จึงยังทำให้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ผู้นำองค์กรได้ทำให้ โดยไม่หันมาดูตัวเองว่าได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นหรือไม่ ข้อมูลของเพื่อน ผู้นำองค์กรมีอยู่มากมาย ทั้งการกระทำ การร้องเรียน แต่ไม่เคยได้นำออกมาให้เพื่อนๆส่วนใหญ่ได้รู้ได้เห็น คิดหาทางแก้ไขเท่านั้น เพื่อนบางคนอาจจะรู้เพราะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมช่วยเหลือแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเหล่าสมาชิกขององค์กรถึงแม้จะไม่ใหญ่โตก็ตามแต่เป็นปัญหาใหญ่ ยากที่จะแก้ปัญหาได้ ถ้าผู้นำไม่เสียสละทุ่มเทให้กับปัญหาเหล่านี้ และมีเหลืออีกเพียงไม่กี่ท่าน ผู้นำก็พยายามทำให้เพื่อนได้คิดว่า ความปรารถนาดีเพื่อตัวของเพื่อนเอง และต้องกลับมาปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ได้ ให้เพื่อนยอมรับให้ได้เสียก่อน ทุกอย่างก็จะเดินไปได้อย่างราบรื่น
✨สิ่งเหล่านี้ผมคงไม่ได้ห่วงมากมายจนต้องหวนกลับมาทุ่มเทจนเอาตัวเองเป็นกระแสหรือตัวจุดประกายให้เกิดขึ้น แต่กลับเป็นเรื่องของความสามัคคี ที่ทำให้เพื่อนในองค์กรคนใดคนหนึ่งได้ไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตรับราชการให้ได้ต่างหาก ทุกคนหวังในชีวิตการรับราชการมีแนวทางของตนเองที่จะก้าวเดินต่อไปเพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง
✨แต่ต้องยอมรับความสามารถของตนเอง การยอมรับจากสังคม จากพี่ๆ น้องๆเพื่อนๆ หรือสังคม คนภายนอกด้วย เมื่อไม่มีหนทางก็อย่าแสวงหาในทางที่ผิด ขัดแข้งขัดขาเพื่อนที่จะก้าวเดินต่อไป เราหันมาสามัคคี หาแนวทางที่จะสนับสนุนไปตามทิศทางของสภาพ สังคม การเมืองและผู้บังคับบัญชา ให้ยอมรับถึงฝีมือและผลงานของเพื่อน ที่เราจะช่วยกันผลักดัน จึงจะไปสู่จุดหมายปลายทางได้ ถ้ายังดึง ยังขัดแย้งอยู่แบบนี้ถึงแม้จะไม่แสดงออกมา แต่การกระทำที่ทำ ที่แสดงออกไปในสายตาพี่ๆและผู้บังคับบัญชาหลายท่านๆมองเห็นอยู่ ความลับ ปิดไม่มิดเพราะมันเป็นสังคมแคบๆ
✨หาทางร่วมมือสามัคคี ที่จะก้าวเดินกันต่อไปให้ได้ อุปสรรคขวากหนามอีกมากมาย ทุกคนในรุ่นรู้ดีว่าเป็นอย่างไร เรารู้จุดอ่อน แต่ไม่พยายามหันหน้าเข้ามา ร่วมปรึกษาหาหรือ แก้ไขในสิ่งที่เราเป็นกันอยู่ในปัจจุบัน เราต้องร่วมทำงานกันเป็นทีมสามัคคีเท่านั้น ยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยิ่งมีหลายความคิดเห็นก็ต้องหลอมรวมให้เป็นหนึ่ง ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันให้ได้ ถึงแม้ตุลาคมนี้ เราอาจจะไม่ได้เป็นไปตามฝัน แต่เราก็พอจะมองออกถึงหนทางของการก้าวเดิน และทิศทาง ที่เราควรจะทำต่อไป มีเวลาอีกไม่มากแล้ว เราต้องเร่งรีบ อย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง บางคนอาจจะถึงฝั่งในความฝันของตนเองไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว อย่าคิดแบบนั้น เรามาช่วยคนที่ยังไม่ถึงฝั่ง หรือรุ่นที่ยังไม่ถึงฝั่ง ช่วยกันตามความสามารถ ที่ตนเองทำได้ดีกว่า อย่าอยู่เฉยๆ หรือเจาะเรือให้มันจมลงไปทิ้งเพื่อนให้ลอยคออยู่ในน้ำ
สามัคคี เสียสละ เพื่อนำพาไปสู่จุดหมาย
บทความนี้เขียนขึ้นมานานแล้วแต่ไม่ได้เผยแพร่สาธารณะ