วัยรุ่น การต่อสู้ กับการศึกษา
✵การเข้ามาอาศัยอยู่บ้านพ่อ และแม่ ของอาจารย์ที่เป็นเพื่อนพ่อในสมัยเด็ก ท่านให้ความรัก ความเอ็นดู เหมือนญาติ และเรียกท่าน ว่า ก๋ง และย่า เป็นอีกครั้งที่มาอยู่แปลกที่ และไม่มีความรู้จักมักคุ้น มาก่อน "จ้อย" ชื่อนี้ไม่ได้ใช้อีกแล้ว เปลี่ยนมาเป็น "ชัย"
✵การเข้ามาอยู่บ้านใหม่ ชัย มีหน้าที่ต้องทำในแต่ละวัน ตื่นแต่เช้า ทำความสะอาดบ้าน เก็บกวาด ถูพื้นบ้าน หุงข้าว เอาไว้ให้ ย่า ใส่บาตรพระ ตอนเช้า หลังจากนั้นจึงอาบน้ำ กินข้าว แต่งตัวไปโรงเรียน ต้องเดินไปโรงเรียน เพราะบ้านที่อาศัยอยู่ ห่างจากโรงเรียนประมาณ 2 กม. ตอนเย็น กลับจากโรงเรียน มีหน้าที่ ไปซื้อ ผัก ปลา ที่ตลาดสดในตัวเมืองราชบุรี ตามที่ย่าสั่งให้ไปซื้อ เพื่อนำมาปรุงทำอาหารมื้อเย็น ช่วย ย่า หุงข้าว ทำกับข้าว ชัย ได้เรียนรู้ การทำอาหาร จากย่า หลังจากนั้น ไปเก็บกวาด ถูพื้นบ้าน เสร็จแล้ว อาบน้ำ รอกินอาหารเย็นพร้อมกัน หลังจากนั้นมานั่งทำการบ้าน ที่อาจารย์ให้มา อ่านหนังสือทบทวน ได้ ดูทีวีบ้าง เมื่อทำการบ้านเสร็จ เข้านอนประมาณ 3 ทุ่ม
✵การเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นการเรียนที่ต้องขยันเพราะมีนักเรียนจำนวนมาก ต้องแข่งขันกัน ชัย เป็นนักเรียนมาจากบ้านนอก มาเรียนโรงเรียนวัด (เทศบาล) ความรู้อ่อนว่าคนอื่น แต่ความตั้งใจเรียนทำให้การเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 1 สอบได้เกิน 80% การเลื่อนชั้นไปสู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 จึงมีสิทธิได้รับการคัดเลือกไปเรียนในห้อง 1และ 2 ที่มีแต่นักเรียนเก่งๆ แต่ปีนั้นมีนักเรียนที่สอบได้คะแนนดีมาก เกินจำนวนที่นั่งได้รับคัดเลือก เข้าไปเรียนในห้อง 1และ 2 ทำให้ต้องจัดให้มีนักเรียน บางคนมาเรียนในห้อง 3-10 ประมาณห้องละ 2-3 คน ชัย กับเพื่อน ได้เลือกให้มาเรียนในห้อง 10 ห้องสุดท้ายเป็นห้องที่มีนักเรียนเรียนอ่อน และเกเร พอประมาณ แต่ผลการเรียนในการอยู่ห้องสุดท้ายของ ชัย มีผลการเรียนดี ได้ 80%ขึ้นไป และเป็นอันดับ 1และ 2 ของห้อง สลับกันกับเพื่อนอีกคน แต่การเรียนกับเด็ก เกเร ห้องสุดท้ายที่เป็นปมด้อย และอาจารย์ผู้สอนเบื่อหน่าย มีการหนีเรียน ไปเที่ยว ไปดูหนัง ไม่เข้าเรียน บางครั้ง ชัย ก็ตามเพื่อนไปเช่นกัน
✵อาจารย์ ท่านหนึ่งที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ท่านอาจเบื่อหน่ายต่อการสอนนักเรียน ห้องสุดท้าย ที่เกเร ไม่ใส่ใจที่จะเรียนหนังสือ จนทำให้อาจารย์โมโห ถึงขั้นพูดดูถูกนักเรียนในชั้นว่า"น้ำหน้าอย่างพวกเธอไม่มีปัญญาที่จะได้ไปเรียนในห้องที่ฉันเป็นอาจารย์ประจำชั้นห้อง 3/1"
✵แต่เมื่อผลการเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 2 ผมและเพื่อน สอบได้เกิน 80%ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนในห้อง 3/1 ที่มีแต่นักเรียนเก่งๆ และในห้องนี้ จะมีนักเรียนที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารทุกปี ชัยได้สอบเลื่อนชั้นมาเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1ในปี 2517-2518 เป็นความโชคดี หรือโชคร้าย กับ ชัย กันแน่ เพราะนี่คือต้นเหตุ ที่ทำให้การศึกษาของ ชัย ตกต่ำ อาจารย์ประจำชั้นที่ท่านสอนภาษาอังกฤษ คือชนวนต้นเหตุ ความคิดของ ชัย ท่านอาจมีอคติ กับเด็กที่มาจากห้องท้ายๆ เวลาท่านสอน จึงใส่ใจ กับเพื่อนนักเรียนที่นั่งโต๊ะ ข้างหน้า และเรียนห้อง 1มาตลอด ส่วนเพื่อนที่ได้รับคัดเลือกมาจากห้องอื่นๆ จึงได้ที่นั่งเรียนด้านหลังของห้อง ยุคนั้นเป็นยุคของการปลุกระดมการเป็นประชาธิปไตยของนักเรียน นักศึกษา ชัย มีแนวความคิดตามไปด้วย จึงมีการปิดห้องพูดโจมตี อาจารย์ผู้สอนถึงการสอนว่าไม่มีจรรยาบรรณ เลือกสอนและให้ความรู้แก่นักเรียนไม่เท่ากัน เมื่อเรื่องถึงอาจารย์ นักเรียนหรือเพื่อนที่ร่วมพูดโจมตีอาจารย์ ได้ไปกราบขอขมาต่อการกระทำของตนเอง ยกเว้น ชัย ที่ไม่ยอมทำเช่นนั้น เพราะคิดว่าตนเองพูดความจริง และเคยโดน ดูถูกจากอาจารย์ มาแล้วในตอนเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2/10 ท่านอาจารย์ถึงกับไล่ออกจากห้องในวิชาภาษาอังกฤษ แต่การออกจากห้องไม่เข้าเรียน มีความผิด ชัย จึงได้แต่นั่งอยู่เฉยๆในวิชาภาษาอังกฤษ ไม่เรียน ไม่ทำการบ้าน ไม่สนใจที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ตลอดทั้งปี การสอบในวิชานี้ ชัย จึงได้แต่เดา ทำข้อสอบส่ง เพราะไม่ได้เรียน ไม่มีความรู้เพิ่มเติม ทั้งที่พื้นฐานภาษาอังกฤษ อ่อนมาตั้งแต่ต้น
✵ผลการสอบ ในวิชาภาษาอังกฤษ คือผ่าน แค่ 50% ทำให้ดึงคะแนนวิชาอื่นๆลงมา ทำให้ผลการเรียน ในการสอบไล่ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เพียง 69% เป็นอันดับสุดท้าย ของห้อง
✵พ่อ มีความหวังให้ลูกชายตนเอง สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร แต่ ชัย รู้ตัวเองว่า คงไม่มีโอกาส สอบเข้าได้แน่นอนเพราะความรู้อ่อนในวิชาภาษาอังกฤษ พ่อหวังมาก ส่งชัยมาเรียนกวดวิชา ที่กรุงเทพฯในช่วงปิดเทอมก่อนสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร ปี 2519 ผลการสอบเป็นไปตามคาดหมาย คือ ชัยสอบ ไม่ได้ แต่มีเพื่อนที่เรียนในห้องเดียวกัน สอบเข้าได้เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นปี2519 ชัย ต้องไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเดิมที่ราชบุรีเพราะ ได้คะแนนไม่ถึง 70% ถ้ามีผลการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ 70% จะเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก โชคดี ชัยสอบคัดเลือกเข้าเรียน ชั้นมัธยมปีที่ 4 หลักสูตรใหม่ เรียนเป็นเกรด และเป็นปีที่เรียนในระบบสหศึกษา มีนักเรียนหญิงเรียนด้วย เป็นปีแรก โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี โรงเรียนประจำจังหวัด ชาย ที่มีนักเรียนหญิง ในปีการศึกษา 2519
✵ชัย ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านเดิม เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี การเรียนในระบบสหศึกษามีนักเรียนผู้หญิงเรียนด้วย ทำให้ชัย ตั้งใจเรียนมากขึ้น มีผลการเรียนอยู่ในขั้น ดี ของห้อง การเรียนกับนักเรียนหญิง ชีวิตของนักเรียน ในวัยรุ่น จึงมีการจีบกันและคบกันเป็นแฟน มีหลายคู่ ถึงขั้นจบมาแล้วแต่งงานกันก็มี เลิกร้างไปก็มาก เช่นกัน ชัย คง มีความรู้สึกเหมือนวัยรุ่นทั่วๆไป มีการคบกับเพื่อนหญิงในห้องเรียนในลักษณะเริ่มต้นการจีบกันเป็นแฟน แต่ปลายปีชั้นมัธยมปีที่ 4 ชัย อกหัก เพราะเพื่อนหญิงไปคบกับคนอื่น เมื่อจบชั้นมัธยมปีที่ 4 ได้ไปสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเตรียมทหารปี 2520 ผลเป็นเช่นเดิม ภาษาอังกฤษยังอ่อนเหมือนเดิม สอบเข้าไม่ได้ แต่ในปีนี้ โรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายธนะรัชต์ ศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ได้เปิดสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ จำนวน 2,000 คน มากที่สุดที่เคยรับสมัคร ชัย ไปสมัครสอบคัดเลือก ทั้งที่พ่อ แม่ คัดค้าน แต่เพราะอกหักจากเพื่อนหญิง ไม่มีโอกาสที่จะสอบเข้าเรียนเตรียมทหาร ผลเมื่อสอบคัดเลือกได้ไปเรียน จึงดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อจะไปเรียนเพราะพ่อ คัดค้านไม่ให้ไปเรียน ไปอ้อนวอนให้ อาจารย์ที่เป็นเพื่อนพ่อ ที่ตนเองอาศัยอยู่ในบ้าน พ่อและแม่ ของท่าน เป็นผู้ไปค้ำประกัน ในการมอบตัวเข้าเรียน เป็นนักเรียนนายสิบทหารบก รุ่น 10/2520 หลักสูตร 2 ปี



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น