วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ผู้บังคับบัญชา

คำว่า ผู้บังคับบัญชา หมายถึง หัวหน้า ผู้บัญชาการ หรือ ผู้สั่งการ เป็นหน้าที่ของทหารทุกคนที่ต้องทำหน้าที่นี้ ไปตามลำดับขั้น
หลังจากที่ได้จบจากรั้วโรงเรียนนายร้อย จปร. แล้ว ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ในกองพันทหารราบ มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เราต้องปกครองและดูแล ในหมวดของตน บางคนอาจไม่มีปัญหาใดๆเกี่ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่กรณีที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดวินัย อยู่เนืองๆ จะแก้ปัญหาอย่างไร ส่วนใหญ่จะใช้พระเดช คือการลงโทษ และคิดว่าการลงโทษคือการแก้ปัญหาได้


แต่ในกรณีของผม ครั้งแรกในการทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดปืนเล็กอย่างเต็มที่ กลับคิดไปอีกมุมหนึ่ง คือคิดในทางบวกไว้ก่อน ว่าผู้ใต้บังคับบัญชา สาเหตุทีี่ทำผิดวินัย สาเหตุหลัก อาจมาจากผู้บังคับบัญชา หรืออาจจะมีปัญหาทางครอบครัว


ผู้ใต้บังคับบัญชา 2 นาย เป็น จ่าสิบเอกทั้งคู่ที่อาวุโส ในหมวด คนหนึ่งขาดงานบ่อย มาทำงานสายทั้งที่บ้านพักอยู่ใกล้ที่หน้าค่ายเท่านั้น อีกคนหนึ่งเช่นกัน มาทำงานแล้วหายกลับไปก่อน หรือเมื่อผู้บังคับกองร้อยสั่งงานแล้วไม่ควบคุมดูแล การทำงานของทหาร  ถูกเพ็งเล็งตำหนิทุกครั้งในที่ประชุม

หลังจากทำหน้าที่ในการฝึกทหารใหม่จบ ขึ้นมากองร้อยทำหน้าที่ผู้บังคับหมวด จึงต้องแก้ปัญหา เฝ้าดูพฤติกรรมว่าเป็นจริงตามที่ผู้บังคับกองร้อยตำหนิอยู่บ่อยๆหรือไม่ และพูดคุยซักถามนายสิบคนอื่นๆในกองร้อย จึงพอจะรู้สาเหตุ

คนแรกมีปัญหาทางครอบครัว แต่ก่อนเป็นคนทำงานดี ได้ 2 ขั้นบ่อยๆจนเป็น รอง.ผบ.มว.แต่เพราะปัญหาทางครอบครัว มีปัญหากับภรรยา การแก้ปัญหา ผมเข้าไปเยี่ยมเยียนพูดคุยที่บ้านพัก กับภรรยา และแก้ปัญหาเรื่องรายได้ให้พอใช้ เพราะภรรยาไม่มีรายได้ มีรายได้แค่เงินเดือนของสามีอย่างเดียว เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวและมีลูกอีก 3 คน จึงต้องหางานเพื่อเป็นรายได้เสริม ให้รับจ้าง ซักรีด  เสื้อผ้าของกำลังพลในค่าย บางวันก็อนุญาติให้ กลับก่อนเพื่อไปช่วยภรรยา มอบงานให้น้อยลงช่วงหนึ่ง จะได้ไม่มีความผิดหรือบกพร่องในหน้าที่

คนที่สองเป็นปัญหามากเพราะเป็นคนหัวแข็ง ดื่มเหล้าหนัก ขาดงาน หนีงาน ถูกผู้บังคับกองร้อยเพ็งเล็งจะงดบำเหน็จ อีกทั้งยังเป็นจ่าอาวุโสในหมวด ผมไม่เลือกแนวทางที่ผู้บังคับกองร้อย เตรียมจะงดบำเหน็จ ผมเลือกที่จะหาทางให้เขาได้รับ 2 ขั้น ในฐานะที่ทำงานดี มีวินัย จึงเรียกมาพูดคุย ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสิ่งที่เขาปฏิบัติตัว ขาดวินัย ขาดงาน เพราะอะไร สาเหตุ ในความคิดของเขา ผู้บังคับกองร้อยเห็นว่าเขา ทำอะไร ไม่ถูกชะตา ผิดไปหมด ถูกตำหนิต่อหน้านายสิบรุ่นน้อง จึงคิดว่าทำดีไปไม่มีประโยชน์

ผมมาพิจารณาประวัติ กำลังพลนายสิบทั้งหมด เกี่ยวกับรุ่น การทำงาน และการได้รับบำเหน็จการทำงานในแต่ละปี และวางแผน พิจารณา การให้ 2 ขั้นกับผู้ใต้บังคับบัญชาภายในหมวดตัวเอง โดยในปีต่อไป ผมพิจารณาให้กับจ่าคนนี้เป็นอับดับแรก ส่วนจ่า รอง.มว.ทำดีมาตลอด ขั้นเต็มจึงไม่ได้เอามาคิด เพียงหารายได้เสริม คงเป็นสาเหตุ ขยันทำงานขั้นก็เท่าเดิม มีปัญหาครอบครัวจึงไม่ค่อยขยันทำงาน


ผมเรียกจ่ามาพูดคุย ว่าปีต่อไปผมจะเสนอให้ได้รับ 2 ขั้น แต่เขาจะต้องปฏิบัติตัวเสียใหม่ ผมจะมอบงานให้ทำต้องทำอย่าให้บกพร่อง คงไม่ยากที่จะปฏิบัติ เพราะจ่าคนนี้ไม่เคยได้รับพิจารณา 2 ขั้นมานาน ขั้นเงินเดือนน้อยกว่านายสิบรุ่นน้อง

ผมวางแผนมอบงานที่ผู้บังคับกองร้อยสั่งมาให้ผมดูแล ทุกอย่างจะใช้ให้จ่าคนนี้เป็นคนคุมกำลังพลในการไปปฏิบัติงาน โดยเฉพาะงานที่ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับกองพัน มาตรวจและติดตามการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจ่าคนนี้ ทำงานอยู่ตลอดเวลาและทำงานได้ดีประสบผลสำเร็จ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ในการพิจารณา 2 ขั้นปีันั้น จ่าคนนี้ ได้รับ 2 ขั้นตามที่ผมเสนอโดยไม่มีผู้บังคับบัญชาคนใดคัดค้าน หลังจากนั้น จ่าคนนี้ ก็กลับมาเป็นทหารที่ดี มีวินัย ไม่ขาดงาน ไม่ขี้เหล้าเมายา ไม่หนีงาน

ถ้าผมเลือกแนวทางของผู้บังคับกองร้อย ผมก็จะมีลูกน้องคนหนึ่งที่มีปัญหากับการทำงาน อาจถูกปลดในที่สุด แต่ผมคิดว่า ทหารทุกคนที่ก้าวขึ้นมาจนมีตำแหน่งยศจ่า ในอดีตต้องเป็นทหารที่ดีมาก่อน จึงไม่ยากที่จะทำให้กลับเป็นทหารที่ดีอีกครั้ง เพียงแต่ผู้บังคับบัญชาจะเข้าใจในตัวเขาหรือไม่ การใช้พระเดชมันง่ายสำหรับการเป็นผู้บังคับบัญชาทหาร แต่ไม่ใช่หนทางทีดีที่สุดเสมอไป


หลังจากนั้นผมวางแผนจัดระบบการทำงานของลูกน้องในหมวดในการทำงาน และ ให้ผู้ที่มีอาวุโส ต้องเป็นนายทหารสัญญาบัตร ให้ได้ทุกคน เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ

และหลังจากที่ผมลาออกจากราชการได้กลับไปเยี่ยมหน่วย เป็นที่นายินดี ว่าลูกน้องในสมัยนั้น สอบคัดเลือกได้เป็นนายทหารสัญญาบัตรทุกปี

แนวความคิดในการบริหาร การเป็นผู้บังคับบัญชา จึงมีความสำคัญ สำหรับอาชีพทหารทุกคน ไม่ใช่เป็นแค่ หัวหน้า หรือ ผู้สั่งการ  แล้วเรียกว่า "ผู้บังคับบัญชา"

ไม่มีความคิดเห็น: