เพื่อนไม่ใช่เพื่อน ไม่มีรายชื่อในสาระบบรุ่น ตอนที่1
⭐⭐⭐นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ 3⭐⭐⭐
✷การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนนายร้อยปีที่ 3 สิ่งที่สำคัญคือการฟิตซ้อมร่างกายเพื่อเอาไว้ทดสอบร่างกายเข้าเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศหรือกระโดดร่ม แต่ชีวิตนักเรียนอาวุโส ทำให้เพื่อนบางท่านต้องพ้นสภาพนักเรียนนายนายร้อย การเป็นนักเรียนอาวุโสมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เป็นการให้นักเรียนรู้จักการครองตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยด้วยตนเองเป็นหลัก มีนายทหารปกครองในการเข็มงวดกวดขันวินัยให้เป็นไปตามระเบียบ แต่ปัญหาหลักๆคือการไปเที่ยวดื่มสุรา ไม่สามารถครองสติตนเองได้
✷ช่วงเวลาปล่อยพักวันหยุด มีเพื่อนๆหลายคน สนุกกับการเที่ยวเตร่ จนเพลินกลับเข้าโรงเรียนไม่ทันกำหนดเวลา และถูกตัดคะแนนความประพฤติ แต่การเที่ยวเตร่ ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพื่อนบางคนที่มีฐานะทางครอบครัวไม่ดีนัก อยากมีอยากได้แบบเพื่อนบ้าง อาจหยิบฉวยสิ่งของที่มีค่าของคนอื่นมาเป็นของตนเอง
✷ระบบเกียรติศักดิ์(Honor System) ซึ่งเราได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เป็นนักเรียนเตรียมทหาร
✪✪✪เราจะไม่โกหก ไม่โกง ไม่ขโมย และจะไม่ยอมให้พวกเรากระทำเช่นนั้น✪✪✪
ดังนั้นการทำความผิด การขโมย เป็นความผิดร้ายแรงต้องปลดออกให้พ้นสภาพนักเรียนนายร้อยทันที โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น แต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นภายนอกโรงเรียน เมื่อเพื่อนคนหนึ่งพาเพื่อนไปเที่ยวบ้านและพักอยู่ด้วยกัน แต่เกิดมีเครื่องคิดเลขของตนเองหายไป และมาจับได้ว่าเพื่อนที่พาไปพักอยู่ที่บ้าน หยิบฉวยเอาเครื่องคิดเลขนั้นไปเป็นของตนเอง เหตุที่รู้ว่าเป็นของตนเองเพราะใช้เหล็กแหลมของวงเวียน เขียนสลักชื่อเอาไว้ด้านหลังเครื่องคิดเลขนั้น เมื่อส่องแสงแดดหรือแสงไฟ ก็สามารถเห็นเป็นรอยสลักชื่อนั้น
✷ในระบบเกียรติศักดิ์ นั้นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับรุ่นของเรามาแล้วและเพื่อนคนนั้นก็เก็บข้าวของส่วนตัวเดินออกไปจากโรงเรียนทันที ไม่ต้องให้คนอื่นเอามาพิจารณาตัดสินใจในความผิดนั้น แต่เพราะเพื่อนคนที่ก่อเหตุนี้ คิดเข้าข้างตนเอง ว่าเป็นเรื่องเกิดขึ้นภายนอกโรงเรียน และยอมคืนเครื่องคิดเลขให้กับเพื่อนไปแล้ว แต่ปัญหานี้เอาเข้าพิจารณาในที่ประชุมรุ่น เพื่อให้เพื่อนทั้งรุ่นตัดสินใจพิจารณา
✨ผมได้รับการขอร้องให้ช่วยเหลือคนก่อเหตุจากเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เป็นนักดนตรี เพราะเพื่อนที่ก่อเหตุอยู่ในชมรมนักดนตรีเหมือนกัน โดยขอร้องให้ผมช่วยพูดกับเพื่อนๆไม่ให้ออกเสียงให้พ้นสภาพจากนักเรียนนายร้อย ผมบอกว่าจะพยายามช่วยเหลือ จึงตั้งเงื่อนไขว่า เพื่อนที่ก่อเหตุต้องยอมรับความผิดที่เกิดขึ้นและเขียนรายงานความผิดเอาไว้เป็นหลักฐาน ถ้าเกิดเรื่องในทำนองเดียวกัน ขึ้นอีกครั้งให้เอาความผิดนี้มาประกอบพิจารณาเพิ่มโทษทันที แต่ผมไม่ได้รับรองว่าจะช่วยได้มากน้อยเท่าไหร่ แต่จะพยายามช่วยเหลือ เพราะเพื่อนที่ก่อเหตุนอนเตียงอยู่ใกล้กันกับผมตลอดเพราะชื่อเหมือนกับผม
✨ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมการรุ่น กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น ด้วยเหตุและผล จึงวิเคราะห์ถึงปัญหาของเพื่อนๆได้ว่ายังมีเพื่อนอีกหลายคนมักไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือตัดสินใจในเรื่องที่มีปัญหาเพราะกลัวในหลายๆอย่าง แต่ในคณะกรรมการรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เคร่งครัดในกฏระเบียบ ดังนั้นในที่ประชุมก่อนการตัดสินใจ ผมจึงยกประเด็นท์เรื่องการออกเสียงกรรมการรุ่นส่วนใหญ่อยากให้ลงคะแนนลับ แต่ผมอ่านใจของเพื่อนส่วนใหญ่ว่าถ้าลงคะแนนลับ เสียงส่วนใหญ่ต้องให้พ้นสภาพนักเรียนนายร้อยแน่นอน แต่ถ้าลงคะแนนแบบเปิดเผย 50:50 ยังไม่รู้ว่าจะมีคะแนนเสียงออกมาในรูปแบบใด ในการเข้าประชุมที่หอประชุมกิตติขจรในวันนั้น ผมเป็นคนพูดชี้แจงถึงเหตุและผลให้ลงคะแนนเปิดเผย ในทุกขั้นตอน ถ้านับคะแนนเสียงข้างมากเป็นแบบไหนให้ทำไปตามนั้น แต่กรรมการรุ่นบางท่านคัดค้าน จึงให้ลงคะแนนเสียงว่าจะเลือกแบบไหนระหว่าง ลงแบบเปิดเผยหรือคะแนนลับ
✨ในความคิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนและเป็นตราบาปของผมมาจนทุกวันนี้ คือใช้เลห์ ในการลงคะแนนเสียงแบบเปิดเผยมาเป็นตัวกำหนดช่วยเหลือเพื่อนในทางที่ผิด
✨ในการลงคะแนนเสียงว่าจะเป็นแบบเปิดเผยหรือแบบลับ ได้เสนอใช้วิธีการยกมือสนับสนุน มติทั้งสองแบบว่าจะเลือกแบบใด ผมจึงเป็นคนถามเพื่อนและให้เพื่อนยกมือเพื่อนับคะแนนเสียง แต่ผมกลับใช้คำถามว่าใครเห็นว่าควรลงมติ แบบลับให้ยกมือขึ้นและนับคะแนนจากเพื่อนที่ยกมือ ผลปรากฏว่ามีคนยกมือสนับสนุนน้อยกว่าครึ่ง อยู่ไม่กี่คะแนนเสียงของเพื่อนทั้งหมดในรุ่น จึงมีมติให้ลงคะแนนแบบเปิดเผย
✨และเมื่อให้ลงคะแนนแบบเปิดเผย ผมกลับใช้คำถามว่าใครเห็นสมควรว่ามีความผิดและให้ไล่ออก ให้ยกมือขึ้น เพื่อนับคะแนน ผลปรากฏว่ามีเสียงน้อยกว่าครึ่งไม่กี่คะแนนเช่นกัน
✨✨ดังนั้นเมื่อมติส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น จึงให้ผู้ก่อเหตุเขียนรายงานความผิดเอาไว้เป็นหลักฐานและให้ประธานรุ่นเก็บเอาไว้ ต่อมาเมือ่เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้งในชั้นปีที่5 เอกสารนี้ประธานรุ่นทำหายไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานผูกมัดได้อีก จึงเป็นเรื่องที่เสียใจที่สุด แต่ทุกอย่างถ้าเพื่อนๆได้วิเคราะห์พิจารณาดูก็จะรู้ได้ว่าผมใช้จุดอ่อนของเพื่อนๆมาเป็นตัวแปรชักนำไปในทางที่ไม่สมควรจะทำ ทุกอย่างถ้าปล่อยให้เดินไปตามวิถีทางที่ถูกต้อง อาจไม่เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นในภายหลัง
✷หลังจากนั้นไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงมากนัก ยกเว้น เพื่อนบางท่านดื่มสุราจนครองสติไม่อยู่ถูกตัดคะแนนความประพฤติ จนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียนนายร้อยทั้งที่ผมได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนทำให้รุ่นพี่อีกคนที่เรียนซ้ำชั้นอยู่ด้วยกัน โดนปลดไปด้วย เพราะผมต่อสู้ในความเสมอภาคเท่าเทียมกันความผิดเหมือนกันต้องตัดคะแนนความประพฤติเท่ากันและเหมือนกัน
✨เป็นที่น่าเสียใจว่ารุ่นเดียวกันมีจำนวนมาก แบ่งไปเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ หรือกระโดดร่ม เป็น 2 รุ่น มีเพื่อนได้รับอุบัติเหตุจนเสียชีวิต 1 นาย
⭐เพื่อนไม่ใช่เพื่อน ไม่มีรายชื่อในสาระบบรุ่น ตอนที่ 2⭐
ให้ติดตามอ่านว่าทำไมผมถึงต่อสู้จนวันสุดท้ายก่อนจบออกไปรับราชการ ที่จะเอาเพื่อนคนที่ก่อเหตุนี้ทำ ให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียนนายร้อยให้ได้ และทำทุกหนทางในแบบที่ไม่คาดคิด ว่าผมจะกล้าทำ ผมจะเขียนเล่าในเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียด "นักเรียนนายร้อยปีที่ 5"เพื่อนไม่ใช่เพื่อน ไม่มีรายชื่อในสาระบบรุ่น ตอนที่2 เพราะสำนึกในความผิดของตนเองว่าคือต้นเหตุของเรื่องนี้😢

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น